
นาวิเกเตอร์ฯพึ่งออนไลน์ ย้ำภาพลักษณ์เข้าถึงใจลูกค้า
งานบริการติดตั้งประตูรีโมท ประตูม้วนพับ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือซีซีทีวี ที่แม้ว่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีขนาดตลาดไม่หวือหวามากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และเป็นที่รู้กันในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวพันต่อเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งธุรกิจนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่“การบริการหลังการขาย”
งานบริการติดตั้งประตูรีโมท ประตูม้วนพับ กล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือซีซีทีวี ที่แม้ว่าจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีขนาดตลาดไม่หวือหวามากนัก แต่ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการแข่งขันสูง และเป็นที่รู้กันในแวดวงธุรกิจที่เกี่ยวพันต่อเนื่องกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งธุรกิจนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่“การบริการหลังการขาย”
สรพล ธีรคุณวิศิษฎ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท นาวิเกเตอร์ เทคโนโลยี โซลูชั่น ผู้ให้บริการธุรกิจติดตั้งงานประตูรีโมท บานเลื่อน กล้องวงจรปิด แบบครบวงจร กล่าวถึงจุดเริ่มต้นธุรกิจตั้งแต่ราว 8 ปีก่อน ด้วยมองเห็นธุรกิจบริการลักษณะนี้แม้จะมีผู้เล่นอยู่บ้างในตลาด แต่ก็ยังสามารถเข้าไปแข่งขันได้ทั้งในกลุ่มลูกค้าโครงการองค์กร ในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (บีทูบี) และกลุ่มลูกค้าครัวเรือนทั่วไป หรือธุรกิจต่อผู้บริโภค (บีทูซี) จากการทำตลาดที่แตกต่าง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกของการทำธุรกิจนั้น ยอมรับว่าปัญหาอุปสรรคในช่วงต้น คือ การสร้างความเชื่อมั่นของธุรกิจ หรือตัวภาพลักษณ์บริษัทให้เป็นที่ยอมรับในทั้งสองกลุ่มลูกค้า ซึ่งในช่วงแรกบริษัทได้ใช้กลยุทธ์การทำตลาดผ่านสื่อปกติทั่วไป หรือออฟไลน์ มาร์เก็ตติ้ง โดยเฉพาะการใช้สื่อโฆษณาสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ นิตยสารก่อสร้าง เป็นต้น แต่ก็พบว่าได้ผลในระดับหนึ่ง ซึ่งยังไม่เป็นที่กว้างขวางมากนัก
จากนั้นบริษัทจึงได้วิเคราะห์ถึงปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้โจทย์ที่ว่า ทำอย่างไรถึงจะให้บริษัทเป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าได้อย่างกว้างขวาง ซึ่งทำให้ตัดสินใจหันมาลองทำการตลาดออนไลน์ด้วยตัวเองแบบง่ายๆ โดยในช่วงแรกนั้นยังไม่ได้มีการลงทุนมากนัก ด้วยการทดลองทำ “เอสอีโอ มาร์เก็ตติ้ง” (SEO : Search Engine Optimization) จากการใช้คำค้นหลัก หรือคีย์เวิร์ดสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจมาใช้
ด้วยมองเห็นในช่วงนั้น พฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในการทำงาน ซึ่งเห็นว่าเป็นจังหวะดีหากธุรกิจใดๆ สามารถเป็นผู้เริ่มต้นเข้าไปแนะนำธุรกิจของตัวเองเพื่อให้ผู้บริโภคเกิดการจดจำได้ก่อน โดยไปพร้อมกับการสร้างแบรนด์องค์กรให้แข็งแกร่งในตลาด ที่ต้องใช้ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 4-5 ปีเลยทีเดียว
จากแนวทางดังกล่าว ด้วยการทำตลาดออนไลน์เชิงรุก ที่ทำให้มีกลุ่มลูกค้าติดต่อกลับมาเพื่อใช้งานบริการด้านต่างๆ ทั้งผ่านอีเมล และการโทรศัพท์ได้อย่างสะดวกขึ้นและยังทำให้บริษัทได้มีโอกาสเข้าไปติดตั้งงานในองค์กร กลุ่มลูกค้าทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นโครงการอ้างอิง (เรเฟอเรนซ์) อย่างดีที่ทำให้บริษัทสามารถต่อยอดไปยังงานขายได้ในโครงการอื่นๆ ทั้งแบบบีทูบี และบีทูซีได้ต่อไป
พร้อมกล่าวต่อว่า นอกจากการเป็นผู้เล่นรายใหม่ในช่วงที่เข้ามาทำธุรกิจแล้ว ในเกือบ 10 ปีที่ผ่านมาถึงปัจจุบันนี้ ยังพบว่าเป็นช่วงที่ประเทศไทยเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวรอบด้านทั้งในและต่างประเทศที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อตามมาด้วย ซึ่งก็รวมถึงธุรกิจผู้ให้บริการติดตั้งประตูรีโมทด้วยเช่นกัน แต่บริษัทไม่ได้รับผลกระทบมากนักจากการปรับตัวของธุรกิจที่หันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์มาก่อนหน้า ซึ่งถือว่าเข้ามาช่วยลดต้นทุนการดำเนินการได้เป็นอย่างดี
“ในช่วงเศรษฐกิจถดถอยนั้น บริษัทยังคงสามารถประคองอยู่ได้ ซึ่งมองว่ามาจากการให้บริการหลังการขายที่ดีด้วย ที่ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากของลูกค้ากลุ่มเดิมที่แนะนำต่อๆ กันไป”สรพล กล่าว
จากนั้นเมื่อธุรกิจเริ่มลงตัวบริษัทยิ่งหันไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดออนไลน์มากขึ้น โดยเฉพาะในรูปแบบธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ที่ปัจจุบันได้เป็นสมาชิกชมรมผู้ประกอบการ SMEs พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ด้วยเชื่อว่าเป็นอนาคตของการทำตลาดธุรกิจบริการ จากที่ผ่านมาสามารถผลักดันให้บริษัทมียอดขายเติบโตได้มากกว่า 2 เท่าตัวต่อเนื่อง







