posttoday
เอไอจีเปิดตลาดประกันไซเบอร์

เอไอจีเปิดตลาดประกันไซเบอร์

03 มิถุนายน 2558

เอไอจีเล็งขายประกันไซเบอร์ ลดความเสี่ยงถูกแฮ็กเกอร์โจมตี เน้นลูกค้าองค์กร

เอไอจีเล็งขายประกันไซเบอร์ ลดความเสี่ยงถูกแฮ็กเกอร์โจมตี เน้นลูกค้าองค์กร

นายโทมี่ ลัทวา-คิสโคลา ประธานกลุ่มเอไอจี ประเทศไทย และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ อินชัวรันส์  เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมนำแบบประกัน “ไซเบอร์ อินชัวรันส์” มาทำตลาดในไทย โดยอยู่ระหว่างรอให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) อนุมัติ ซึ่งจะให้ความคุ้มครองกรณีที่ลูกค้าถูกโจมตี หรือถูกแฮ็กเกอร์ข้อมูลทั้งจากภายในและภายนอกองค์กรได้

ทั้งนี้ ประกันดังกล่าวจะเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงในไทย เช่น ธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร โรงแรม หรือผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่มีปริมาณการทำธุรกรรมทางการเงินบ่อยครั้งหรือเป็นจำนวนมาก รวมถึงธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ของไทยที่ไม่มีความคุ้มครองเรื่องไซเบอร์ อินชัวรันส์ เหมือนบริษัทในเครือต่างประเทศ

นายโทมี่ กล่าวว่า ไซเบอร์ อินชัวรันส์ ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่สำคัญในการนำเสนอแบบประกันเชิงพาณิชยกรรมให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าองค์กร เช่นเดียวกับแบบประกันอสังหาริมทรัพย์ ประกันด้านพลังงาน ประกันความรับผิดผู้บริหาร หรือดีแอนด์โอ ประกันเทรดเครดิต และแบบประกันเอสเอ็มอี

ขณะเดียวกัน เอไอจีให้ความสำคัญกับลูกค้ารายย่อยมากขึ้น เช่น การประกันเดินทาง ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (พีเอ) ประกันรถยนต์ เพื่อสร้างการเติบโตและแข็งแกร่งให้กับเอไอจี โดยมีสัดส่วนลูกค้าองค์กรกับลูกค้ารายย่อยอย่างละ 50%

สำหรับปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตให้ได้ไม่น้อยกว่าตลาด หรือ 2 เท่าของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) โดยใช้ยี่ห้อหรือแบรนด์เอไอจีเป็นตัวทำตลาดอย่างเดียวเพื่อให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น แม้ว่าบริษัท เอไอจี จะทำตลาดต่างจังหวัด และบริษัท นิวแฮมพ์เชอร์ฯ จะทำตลาดในกรุงเทพฯ ก็ตาม 

“แบบประกันที่ขายผ่านสองบริษัทนี้จะมีความแตกต่างกันบ้างตามกลุ่มลูกค้า แต่ก็ต้องใช้แบรนด์เอไอจีเหมือนกัน มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งทั้งคู่ โดยเอไอจีมีเงินกองทุนตามระดับความเสี่ยง หรืออาร์บีซี 591% และนิวแฮมพ์เชอร์มีอาร์บีซี 643% มีความสามารถในการรับประกันภัยขนาดใหญ่เพียงบริษัทเดียวได้ถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4.5 หมื่นล้านบาท เช่น การรับประกันในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ต่างๆ” นายโทมี่ กล่าว

นอกจากนี้ บริษัทแม่ยังให้ความสำคัญกับการเติบโตแบบซื้อกิจการบริษัทอื่นด้วย โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ซื้อกิจการบริษัทประกันชีวิตที่อังกฤษ ไทยจึงเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาค และเป็นตลาดที่มีศักยภาพและน่าจะเติบโตได้เร็วขึ้น แม้ว่าปีนี้อาจชะลอตัวบ้าง แต่ไทยก็ยังเป็นตลาดที่สำคัญในภูมิภาคนี้ของเอไอจี และมั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยจะกลับมาฟื้นตัวดีได้ในอีกไม่ช้า

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ