
สมอ.ไม่อะลุ้มอล่วย ตรวจสินค้านำเข้าเข้ม
โดย....ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
โดย....ดวงนภา ประเสริฐพงษ์
ข้อตกลงทางการค้าเสรีแม้จะทำให้การค้าขายระหว่างประเทศมีความคล่องตัวขึ้น และสร้างโอกาสทางการค้าขายให้กับแต่ละประเทศ แต่ผลข้างเคียงอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและกระทบอย่างรุนแรง คือการที่สินค้าจากประเทศต่างๆ ได้ทะลักเข้ามาแข่งขันกับผู้ประกอบการไทยด้วย
แม้ในทางหนึ่งจะทำให้ผู้บริโภค ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการซื้อหาวัตถุดิบ สินค้าและบริการที่ถูกลง แต่สิ่งหนึ่งที่แฝงเร้นตามมาจนเกิดผลกระทบไปทั่วทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภค คือ สินค้าที่ไร้คุณภาพแต่ราคาถูก
แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านมาตรฐานสินค้าและอุตสาหกรรมจะเข้มงวดกวดขันขนาดไหน แต่ก็มีการลักลอบนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานมาจำหน่ายในราคาถูก จนเกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการในประเทศอย่างหนัก
15 มิ.ย. 2558 นี้ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้ประกาศเพิ่มความเข้มงวดกับสินค้าอุตสาหกรรมที่นำเข้ามาในประเทศก่อนที่ไทยจะบังคับใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งอาเซียน เนื่องจากระหว่างที่ไทยกำลังปรับมาตรฐานสินค้าอยู่นี้ ยังคงมีการลักลอบนำเข้าและทำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกมาอย่างต่อเนื่อง
ทำไมต้องทำ หทัย อู่ไทย เลขาธิการ สมอ. มีคำตอบ
ปีนี้สถิติการนำเข้าหรือผลิตสินค้าอุตสาหกรรมไม่ได้มาตรฐานในอัตรามากน้อยเท่าไร?
สถิติตรวจจับตั้งแต่ ต.ค. 2557 ถึง 30 เม.ย. 2558 สมอ.ได้สั่งดำเนินการสำหรับสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐานไปทั้งหมด 102 คดี ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับไฟฟ้า หลอดไฟ ของเล่น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ เหล็กข้ออ้อย เหล็กเส้นกลม เข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อก ไฟแช็ก และก๊าซ เป็นต้น
อันนี้เราดำเนินการยึดอายัดและดำเนินคดีแล้ว แล้วก็สั่งทำลายไปเลย อาจจะมีบางส่วนนำเข้ามาและบางส่วนลักลอบทำ มูลค่าโดยประมาณทั้งสิ้น 1.5 ล้านบาท
ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ปริมาณที่มูลค่า เพราะบางอย่างมันอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ อาจจะมีมูลค่ามากกว่าของ เช่น บัลลาสต์ ตัวเดียวอาจจะไหม้ตึกแถวได้ ทั้งที่มูลค่าสินค้าแค่ 150 บาท ซึ่งตรงนี้อยากให้ผู้บริโภคตระหนักรู้เรื่องการใช้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ไทยยังไม่ได้ใช้มาตรฐานอาเซียนนั้น เราก็ใช้มาตรฐานตัวเดิมที่เป็นมาตรฐานที่เราใช้อยู่นี้แหละมาควบคุม โดยตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.นี้ เป็นต้นไป สมอ.จะเข้มงวดกว่าที่ผ่านมา เนื่องจากในอดีตเรามีการอะลุ้มอล่วยให้มีการนำเข้าสินค้ามาก่อนได้รับอนุญาต แต่หลังจากนี้ สมอ.เราจะไม่มีการปล่อยของเข้ามาก่อนได้รับอนุญาตอีกแล้ว ยกเว้นการเอามาเป็นสินค้าตัวอย่าง
แต่ถ้าเอามาขายเป็นการจำหน่ายโดยทั่วไปจะไม่อะลุ้มอล่วยให้อีกต่อไป
สมอ.จะบังคับใช้มาตรฐานอย่างเข้มข้น เพราะของที่เอามาบางส่วนอาจหายไปหรือหลุดรอดออกไปโดยไม่ได้รับการตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ทำนองเดียวกันก็จะเพิ่มภาระแก่ สมอ. และถ้ามองในแง่หนึ่งมันเท่ากับเราส่งเสริมเขาทำความผิด เป็นช่องโหว่ ซึ่งเราจะไม่ทำแบบนี้แล้ว ต่อไปนี้ต้องตรวจเข้ม
ขอยืนยันว่า สมอ.จะเข้มงวดกับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำและปรับ
ระหว่างที่เรายังไม่เข้าอาเซียน แต่มีการลักลอบนำเข้า ผลกระทบการทะลักเข้าของสินค้าจะทำอย่างไร?
ก่อนหน้านี้ สมอ.ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบการยกระดับมาตรฐานสินค้าอาเซียน 5 กลุ่ม ได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ก่อสร้าง ผลิตภัณฑ์ยาง และผลิตภัณฑ์ไม้ แต่จะมีผลสำคัญจริงๆ เลย คือ พวกไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ถึงแม้วันที่ 1 ม.ค. 2559 จะต้องมีการนำเข้าสินค้าและส่งออกอย่างเสรีมากขึ้น แต่จะดำเนินการร่วมอย่างเป็นทางการในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใดนั้นต้องมีการหารือกัน
เพราะมีบางประเทศไม่พร้อมในบางสินค้าและอยู่ระหว่างพิจารณา เช่น เรื่องการตรวจสอบรับรอง เพราะอาจจะต้องมีการแก้กฎระเบียบ ระบบการตรวจสอบรับรองมันต้องเป็นระบบเดียวกัน และต้องมีการจัดทำข้อตกลงการยอมรับร่วมกัน หรือ Mutual Recognition Arrangements (MRA)
ตอนนี้ สมอ.มีการปรับมาตรฐานสินค้าใหม่ 18 รายการ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ขาว กลุ่มสีย้อมสังเคราะห์ 5 รายการ กระจกนิรภัยสำหรับยานยนต์ สีเคลือบแอลดีดเฉพาะด้านความปลอดภัย หมวกนิรภัยสำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ หลอดบัลลาสต์ หลอดฟลูออเรสเซนต์ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีตประเภทเหล็กเส้นกลมและเหล็กข้ออ้อย เป็นต้น ซึ่งขณะนี้กำลังทยอยปรับในแต่ละประเภท คาดว่าจะได้ใช้มาตรฐานใหม่ก่อนสิ้นปีอย่างแน่นอน
นอกจากนี้ การนำเข้าสินค้าทุกประเภทต้องเป็นไปตามกรอบกฎหมาย ถ้าหากเรามีมาตรฐานบังคับร้อยมาตรฐาน ประเทศต้นทางที่ส่งสินค้าเข้าไทยก็ต้องยึดมาตรฐานของไทยเป็นหลัก
ทำนองเดียวกัน อาเซียนจะคุยกันก็เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งอาเซียน เรียกว่าเป็นมาตรฐานอ้างอิง ซึ่งใครมาก็ต้องผ่านมาตรฐานก่อน หลังจากนี้วันที่ 15 มิ.ย. 2558 ใครไม่มีใบอนุญาต ห้ามนำเข้า มันจะยิ่งช่วยป้องกันได้มากขึ้น
“สำหรับการเข้าไปคุ้มครองผู้บริโภคนั้น สมอ.เน้นเรื่องการติดตามเป็นหลัก เรียกว่าตรวจสอบหลังได้รับอนุญาตเป็นหลัก วันนี้มีกองที่ทำเรื่องการอนุญาต 1 กอง แต่งานกองติดตามผลมีอยู่ 3 กอง คือได้สั่งการให้เข้มงวดในการเข้าไปตรวจ เราทำเต็มที่เท่าที่มีอยู่ เราได้รับความร่วมมือจากสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดในการตรวจสอบและป้องปราม แล้วยังได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนช่วยกัน”
มาตรฐานสินค้า 18 รายการซ้ำซ้อนกับมาตรฐานอาเซียนหรือไม่?
มาตรฐานไม่ซ้ำซ้อน เพราะเป็นมาตรฐานแบบเดียวกับที่จะใช้ในอาเซียน แต่เป็นการบังคับให้สินค้าบางอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น หมวกกันน็อกที่เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ เนื่องจากที่ผ่านมา สมอ.บังคับและเปรียบเทียบปรับเฉพาะหมวกกันน็อกที่ใช้ในท้องถนน ต่อมามีการนำหมวกกันน็อกในสนามแข่งขันมาใช้บนท้องถนน ทำให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เข้าใจไม่ตรงกัน แต่จากนี้จะต้องปรับมาตรฐานหมวกกันน็อกทุกประเภทให้เป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)
“นอกจากนี้ ความเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นกับสินค้า 18 รายการ จะเป็นพวกอุปกรณ์ไฟฟ้า จะเน้นความปลอดภัยและการประหยัดพลังงานสอดรับกับความต้องการของประเทศ เราวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าต้องทำ 18 รายการ เน้นไฟฟ้าและเหล็กโครงสร้างเป็นหลัก จะสังเกตว่าเหล็กโครงสร้างนี่ศึกษาเยอะมาก เพราะมีการหลีกเลี่ยงภาษี ส่วนผลิตภัณฑ์ด้านไฟฟ้านั้นเกี่ยวข้องกับผู้บริโภคโดยตรง และมีเข้ามาก็ต้องสอบให้มากขึ้น”
ปรับมาตรฐานใหม่ ต้นทุนผู้ประกอบการสูงขึ้นหรือไม่?
ไม่เพิ่มต้นทุนแน่นอน เพราะมีการหารือกับผู้ประกอบการมาก่อนหน้านี้แล้วว่า ต้องมีการปรับตัว ดังนั้นเขาก็ต้องทำยังไงให้ขายของได้ มันต้องสู้กับเพื่อนบ้านด้วยคุณภาพของสินค้า
“วันนี้ผู้ประกอบการไม่ได้ขายแค่ในประเทศไทย แต่ส่งออกทั่วโลก หากยกระดับสินค้าแล้วคุณภาพชีวิตประชาชนดีขึ้นก็คุ้มค่าที่จะทำ” หทัย ยืนยัน







