posttoday
สัปดาห์ชี้ชะตา เงินดอลลาร์จะแข็งต่อหรือไม่

สัปดาห์ชี้ชะตา เงินดอลลาร์จะแข็งต่อหรือไม่

01 มิถุนายน 2558

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.60-33.90 ในสัปดาห์นี้

โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.60-33.90 ในสัปดาห์นี้

ปัจจัยที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา คือ ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งจะเป็นเครื่องชี้ที่สำคัญว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะสามารถขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 6 ปีได้หรือไม่ เนื่องจากในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ เศรษฐกิจสหรัฐได้ชะลอลงมาก และขยายตัวได้เพียง 0.2% เท่านั้น ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่เปลี่ยนมุมมองต่อช่วงเวลาที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก จากเดิมที่มองว่าจะเกิดขึ้นในเดือน มิ.ย. เป็นเดือน ก.ย.แทน

ขณะที่นักค้าเงินในตลาดสัญญาดอกเบี้ยล่วงหน้า (Fed funds futures) คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ธ.ค. เนื่องจากนักลงทุนมองว่าเศรษฐกิจจะไม่สามารถกลับมาฟื้นตัวได้แข็งแกร่งพอที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้เร็วๆ นี้

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดเกือบครึ่งหนึ่ง ได้ออกมากล่าวสนับสนุนการขึ้นดอกเบี้ยในช่วงกลางปี ประกอบกับตัวเลขจากภาคอุตสาหกรรม ความเชื่อมั่นผู้บริโภค และภาคบ้านในช่วงสัปดาห์ที่แล้วออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์ในตลาดคาดไว้มาก

ดังนั้น ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะออกมาจึงมีความสำคัญมาก เนื่องจากหากตัวเลขออกมาแข็งแกร่งกว่าที่นักลงทุนมองไว้ อาจทำให้นักลงทุนเปลี่ยนมุมมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นได้ ซึ่งจะส่งผลให้เงินดอลลาร์แข็งค่าต่อ หลังจากที่แตะระดับสูงสุดในรอบ 8 ปีเมื่อเทียบกับเงินบาทไปเมื่อสัปดาห์ก่อน

นอกจากตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรแล้ว สิ่งที่ตลาดจะจับตา คือ การขยายตัวของค่าจ้างแรงงาน ซึ่งจะสะท้อนถึงแนวโน้มเงินเฟ้อของสหรัฐ และอัตราการว่างงาน ซึ่งจะสะท้อนว่าตลาดแรงงานกลับมาใกล้ระดับศักยภาพหรือยัง ขณะนี้จำนวนการจ้างงานใหม่นอกภาคเกษตรของสหรัฐ ในเดือน พ.ค. จะปรับเพิ่มขึ้น 2.15 แสนตำแหน่ง จาก 2.23 แสนตำแหน่ง ในเดือนก่อน

นอกจากตัวเลขจากฝั่งของสหรัฐ ตัวเลขเศรษฐกิจจากประเทศอื่นๆ จะเข้ามากระทบการเคลื่อนไหวของค่าเงินตลอดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (ภาคการผลิต) ประจำเดือน พ.ค. ของประเทศยักษ์ใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีน ซึ่งจะเป็นตัวเลขจากทางการโดยตรง ตลาดคาดว่าจะอยู่ที่ 50.2 จาก 50.1 ในเดือนก่อน สะท้อนถึงภาพกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง ถึงแม้ว่าทางการจีนจะพยายามออกมากระตุ้นเศรษฐกิจอย่างหนักในช่วงที่ผ่านมาก็ตาม ส่วนทางฝั่งของยุโรปและญี่ปุ่น นักลงทุนรอคอยอัตราเงินเฟ้อ

สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ 33.47 ก่อนจะโน้มอ่อนค่าอย่างต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ เนื่องจากคำกล่าวของประธานเฟด (เยลเลน) ได้ปลุกให้ตลาดกลับมาตื่นกลัวเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดอีกครั้ง โดยเธอกล่าวว่าการชะลอตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว และจะไม่ทำให้การขึ้นดอกเบี้ยต้องเลื่อนออกไป

นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ออกมาในสัปดาห์นี้ ยังสะท้อนว่ากิจกรรมในภาคเศรษฐกิจจริงกลับมาฟื้นตัวได้ดีกว่าที่ตลาดคาดไว้ โดยอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในเดือน เม.ย. ปรับดีขึ้นมากที่สุดในรอบปี โดยปรับขึ้น 0.3% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนจากที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.2% เท่านั้น

ขณะที่คำสั่งซื้อสินค้าทุนของโรงงาน (ที่ไม่รวมยานพาหนะ) ยังขยายตัวได้ดีถึง 0.5% จากที่ตลาดคาดไว้ที่ 0.3% ประกอบกับยอดขายบ้านใหม่ในเดือน เม.ย. ยังเพิ่มขึ้น 6.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อน จากที่ตลาดคาดไว้ที่ 5.6% ทำให้เงินเหรียญสหรัฐแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปีที่ 1.3% เมื่อเทียบกับตะกร้าสกุลเงินหลัก 6 สกุล และแข็งค่าไปแตะ 33.84 เมื่อเทียบกับเงินบาท ซึ่งเป็นระดับที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบ 8 ปี

อีกปัจจัยที่กดดันค่าเงินบาท คือ การเก็งกำไรว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้งในการประชุมวันที่ 10 มิ.ย.นี้ ซึ่งทำให้นักลงทุนรีบลดความเสี่ยงโดยการเทขายเงินบาทเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่จะออกมาในสัปดาห์นี้ จะเป็นตัวชี้วัดว่าเงินเหรียญสหรัฐจะสามารถแข็งค่าต่อไปได้หรือไม่ เงินบาทปิดตลาดที่ 33.63 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ 1.1112 ก่อนจะอ่อนค่าลงเช่นเดียวกับเงินบาท แต่ปัจจัยที่กดดันเงินยูโรโดยตรง คือ การเจรจาขอเงินกู้ของกรีซ ซึ่งมีวี่แววว่ากรีซจะไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับเจ้าหนี้ยูโรโซนได้ ซึ่งอาจทำให้กรีซไม่ได้เงินช่วยเหลือมูลค่า 7.2 พันล้านยูโร และทำให้กรีซไม่สามารถใช้หนี้องค์กร IMF ในเดือนนี้ ซึ่งมีมูลค่าถึง 1.5 พันล้านยูโร ถึงแม้ว่าจะมีข่าวออกมาให้นักลงทุนดีใจในช่วงกลางสัปดาห์ว่า กรีซสามารถหาข้อตกลงร่วมกับเจ้าหนี้ได้แล้วและกำลังร่างข้อตกลงกันอยู่ แต่เจ้าหน้าที่จากยูโรโซนก็ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าว ทำให้เงินยูโรไม่อ่อนค่าลงต่อมาที่ระดับต่ำที่สุดของสัปดาห์ที่ 1.0818 ทั้งนี้ กรีซจำเป็นต้องเร่งการเจรจา เนื่องจากจะต้องใช้หนี้ก้อนแรกให้ IMF ในวันที่ 5 มิ.ย.นี้ เงินยูโรปิดตลาดที่ 1.0959 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ 121.48 ก่อนจะอ่อนค่าลงไปที่ระดับต่ำที่สุดในรอบ 8 ปีเมื่อเทียบกับเงินเหรียญสหรัฐที่ 124.28 โดยเงินเยนถือเป็นค่าเงินที่อ่อนไหวมากที่สุดจากการอ่อนค่าของเงินเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนเก็งกำไรโดยการกู้เงินเยนและนำไปลงทุนในประเทศอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69