
สยาม แอ็ท สยาม รุ่น 2 รุกพัฒนาบริการเสริมแกร่ง
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
การมีธุรกิจที่แข็งแกร่ง สร้างแบรนด์ไว้ดี ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่ง แต่เมื่อรุ่นใหม่เข้ามาสานต่อธุรกิจก็ใช่ว่าจะชะล่าใจได้ แต่กลับต้องยิ่งวางหมากเพื่อสร้างความแข็งแกร่งที่มีอยู่ให้แกร่งยิ่งขึ้น ไม่ใช่การย่ำอยู่กับที่
หนึ่งในคนรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจและมีหลักการที่น่าสนใจก็คือ ทายาทของบริษัท สยาม แอ็ท สยาม ผู้ดำเนินธุรกิจ สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ และสยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล พัทยา นั่นเอง
ประธานพร พรประภา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยาม แอ็ท สยาม เปิดเผยว่า ได้เข้ามาดูแลงานในโรงแรม 5-6 ปีแล้ว โดยดูแลทางด้านการพัฒนาโครงการใหม่ๆ ซึ่งโดยส่วนตัวก็เรียนมาทางด้านการออกแบบอยู่แล้ว ทำให้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับการดูแลด้านการพัฒนาโรงแรมได้
โครงการแรกที่ถือเป็นผลงานของประธานพร หลังจากเข้ามาร่วมดูแลธุรกิจครอบครัว คือ การพัฒนา สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล พัทยา ขณะที่ปัจจุบันได้เข้ามาดูแลครอบคลุมทุกด้านของโรงแรมแล้ว โดยมองว่า คุณพ่อ (พรพินิจ พรประภา) ทำแบรนด์สยาม แอ็ท สยาม ไว้แข็งแรงแล้ว ส่วนตัวเองมีหน้าที่เข้ามาพัฒนาแบรนด์ให้แข็งแรงขึ้นอีกขั้น
ความท้าทายของรุ่น 2 คือ ในช่วงที่เข้ามาดูแลธุรกิจต่อ เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองมากมาย ซึ่งล้วนกระทบกับธุรกิจ แต่ก็รู้สึกสนุกกับการได้ดูแลธุรกิจท่ามกลางความท้าทาย และพร้อมเดินหน้าพัฒนาสยามแอ็ท สยาม ต่อไป
เป้าหมายของประธานพร จะมุ่งเน้นเรื่องการฝึกอบรมคนในองค์กร เพื่อให้มั่นใจว่าการบริการของสยาม แอ็ท สยาม จะไม่แพ้ใคร ซึ่งการพัฒนาคนจะมีส่วนสำคัญต่อการพัฒนาแบรนด์สยาม แอ็ท สยาม เพื่อให้สามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้
“สยาม แอ็ท สยาม พยายามทำให้พนักงานเข้าใจแบรนด์ชัดเจนขึ้น เพราะสยาม แอ็ท สยาม เป็นโรงแรมที่เน้นการออกแบบมากๆ ดังนั้นการสื่อสารเกี่ยวกับแบรนด์ต้องสร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการออกแบบ แต่ต้องตีโจทย์ให้แตกว่า ทำอย่างไรให้คนกว่า 400 คนของโรงแรม รู้จักโรงแรม รู้ว่าจะให้บริการกับลูกค้าอย่างไรจึงจะสะท้อนความเป็นสยาม แอ็ท สยาม ที่ทุกคนสัมผัสได้ เช่น พับผ้าเช็ดตัวใน
ห้องพัก คงไม่พับเป็นรูปช้าง แต่ต้องพับให้มีรูปแบบแตกต่างไม่เหมือนใคร” ประธานพร กล่าว
สำหรับแนวทางการลงทุนโรงแรมของสยาม แอ็ท สยาม แม้จะเป็นโรงแรมที่โดดเด่นด้านการออกแบบ แต่ไม่จำเป็นต้องลงทุนมากกว่าโรงแรมอื่น เพราะวัสดุที่ใช้ตกแต่ง นำมาจากสิ่งของในท้องถิ่นได้ เช่น สยามแอ็ท สยาม ในพัทยา นำไม้เรือประมงเก่ามาตกแต่งโรงแรม รวมทั้งการเชิญศิลปินมาวาดภาพผนังภายในห้องพักของโรงแรม
ประธานพร กล่าวว่า หลังจากนี้ 5 ปีจะมีโรงแรมที่พัฒนาขึ้นเองเพิ่มเป็น 4 แห่ง จากปัจจุบันมี 2 แห่ง คือ กรุงเทพฯ และพัทยา โดยขณะนี้กำลังศึกษาพื้นที่ท่องเที่ยวหลายพื้นที่อยู่ทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน ทางด้านโรงแรมเดิมที่มีอยู่ตั้งเป้าหมายว่าจะต้องทำรายได้ไม่ต่ำกว่า 250 ล้านบาท/ปี/แห่ง
สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯ ปีที่ผ่านมาสร้างรายได้ 270 ล้านบาท เกินกว่าเป้าหมายไปแล้ว ส่วนปีนี้เปิดดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 5 ก็จะคืนทุนแล้ว เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ 3 ปี ถือเป็นผลงานที่น่าพอใจ ขณะที่โรงแรมในพัทยา มองว่าจะใช้เวลาคืนทุน 9 ปี แต่อาจคืนทุนเร็วกว่าที่คาดเช่นกัน เพราะจากที่เปิดตัวเกือบ 1 ปี ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่หวังไว้ สร้างรายได้ปี 2557 ไปกว่า 125 ล้านบาท
ด้านการแข่งขันของธุรกิจโรงแรมที่เน้นเรื่องการออกแบบนั้น ประธานพร มองว่า คู่แข่งโรงแรมที่เน้นเรื่องการออกแบบระดับ 4 ดาว ในไทยนั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่โรงแรมที่เน้นเรื่องการออกแบบจะเป็นระดับ 5 ดาว จึงไม่กังวล
“ไทยมีปัญหาจำนวนห้องพักมากกว่าความต้องการของผู้เข้าพัก (โอเวอร์ซัพพลาย) จริง รายได้เฉลี่ยต่อห้องพักของไทยสู้สิงคโปร์ ฮ่องกงไม่ได้ และคาดว่าจะมีโรงแรมเปิดเพิ่มอีกต่อเนื่อง เพราะนักลงทุนมองเป็นการลงทุนระยะยาวเพื่อรองรับการเติบโตด้านความต้องการเข้าพักในอนาคต สิ่งสำคัญคือ สยาม แอ็ท สยาม จะต้องทำให้ผู้ที่จะเข้าพักอยากเลือกใช้บริการ” ประธานพร กล่าว
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้สยาม แอ็ท สยาม แข็งแกร่งนั้น ประธานพร มองว่า ขับเคลื่อนด้วยคนของสยาม แอ็ท สยาม เอง เรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่เกิดจากคนในองค์กรนั้นสำคัญมาก สยาม แอ็ท สยาม จึงมีนโยบายเปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความคิดเห็นเต็มที่ เช่น ช่วงวางแนวคิดของโรงแรมก่อนสร้าง คนในองค์กรก็จะช่วยกันออกความคิดเห็น จนทำให้หน้าตาของสยาม แอ็ท สยาม ออกมาสะท้อนความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างที่เห็นในวันนี้
ขณะที่แนวทางการทำงานส่วนตัว จะถือคติว่า ทำดีแล้วก็ทำดีได้อีก ไม่มีอะไรที่ดีพอ เพราะถ้าคนเราคิดว่าดีอยู่แล้ว จะหยุดพัฒนา มองว่าคนเราควรพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งก็ยึดถือแนวทางนี้มาใช้กับการพัฒนาสยาม แอ็ท สยาม โดยตลอด อีกสิ่งที่สำคัญ คือ ต้องทำตัวเองให้กระฉับกระเฉง ตื่นตัวตลอดเวลา เพื่อไม่ให้ย่ำอยู่กับที่
การที่คนรุ่นใหม่อย่างประธานพรให้ความสำคัญเรื่องคนเป็นหลักนั้น ถือเป็นเรื่องสำคัญที่สะท้อนว่า เป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่น่าจับตา เพราะคนคือหัวใจสำคัญที่สุดของทุกธุรกิจ หากบริหารคนได้ดี ธุรกิจย่อมดีตาม







