
จีนโหมลงทุนอาเซียน โครงสร้างพื้นฐาน-เกษตรเป้าหลัก
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียน โพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวประชาคมอาเซียน โพสต์ทูเดย์
นอกจากเป็นคู่ค้าสำคัญอันดับ 1 ของอาเซียนแล้ว ปัจจุบันนักลงทุนจากจีนยังถือเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ในอาเซียนอีกด้วย
ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีน ระบุว่า ณ เดือน ธ.ค. 2557 อาเซียนและจีนมีการลงทุนระหว่างกันมูลค่ารวมประมาณ 1.26 แสนล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นการลงทุนของชาติอาเซียนในจีนรวม 9.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนของจีนในอาเซียนรวม 3.52 ล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะเดือน ม.ค.-ธ.ค. 2557 พบว่าการลงทุนระหว่างอาเซียนและจีนมีมูลค่ารวมประมาณ 1.218 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นการลงทุนของชาติอาเซียนในจีน 6,300 ล้านเหรียญสหรัฐ และการลงทุนของจีนในอาเซียน 5,880 ล้านเหรียญสหรัฐ
บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างฟันธงตรงกันว่า แนวโน้มการลงทุนของจีนในอาเซียนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคตอย่างแน่นอน โดยเฉพาะหลังจากที่รัฐบาลจีนได้ออกนโยบาย “One Road, One Belt” ที่ถูกคาดหวังว่าจะส่งผลดีในจีนและประเทศเพื่อนบ้านในหลายมิติ ทั้งด้านการค้าการลงทุน คมนาคม การก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน เรื่อยไปจนถึงด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และยิ่งประกอบกับการเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงการพื้นฐานในเอเชีย หรือ AIIB ทุกฝ่ายเชื่อว่าการลงทุนของจีนในภูมิภาคนี้จะยิ่งบูมหนักกว่าเดิม
ในเวทีเสวนาเรื่อง การลงทุนจีนในจีเอ็มเอส ภายในงานสัมมนายูโรมันนี่ มานพ เสงี่ยมบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายธุรกิจต่างประเทศ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชี้ว่า ตอนนี้ทิศทางการลงทุนของจีนในอาเซียนจะเน้นด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการลงทุนเพื่อหาตลาดใหม่ให้กับธุรกิจจีน และเชื่อว่าจะเห็นธุรกิจจีนหลั่งไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นเรื่อยๆ ในอนาคต
“การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศของจีนส่งผลดีต่อนักธุรกิจในอาเซียน ตอนนี้จีนจะหันมาเน้นลงทุนด้านภาคบริการและเกษตรมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ให้นักธุรกิจอาเซียนที่ต้องเป็นพันธมิตรลงทุนกับจีน”
สำหรับการลงทุนของธุรกิจจีนในไทยนั้น มานพ อธิบายว่า ในมุมมองของจีน ไทยมีข้อได้เปรียบ ได้แก่ 1.เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร 2.อุตสาหกรรมรถยนต์ ดังนั้นผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์จะมองว่าไทยเป็นโอกาสการลงทุนที่ดี 3.ต้นทุนการผลิตหลายๆ ส่วน เช่น ค่าที่ดิน ค่าแรงในไทยตอนนี้ถือว่าได้เปรียบเมื่อเทียบกับจีน โดยเฉพาะในภาคตะวันออกของจีนที่ต้นทุนสูงมาก 4.นโยบายภาษีของไทยที่สนับสนุนการลงทุน
“กลุ่มอุตสาหกรรมที่จีนสนใจลงทุนในไทยตอนนี้ คือ ชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมแปรรูปเกษตร และโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟ อสังหาริมทรัพย์ ที่มีทั้งซื้อโครงการที่มีอยู่แล้ว และหาโอกาสในการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม”
ด้าน สุวัชชัย ทรงวานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกรุงเทพ (ประเทศจีน) ชี้ว่า ธุรกิจจีนสนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนเพื่อผลประโยชน์หลักๆ คือ การหาแรงงานที่มีค่าแรงถูกกว่าสำหรับกลุ่มสิ่งทอเครื่อง
นุ่งห่ม การหาสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ประเทศกลุ่มลุ่มน้ำโขงได้จากสหรัฐ อเมริกา และสหภาพยุโรป (อียู) และการหาตลาดใหม่ที่กำลังเติบโตและมีผู้บริโภคจำนวนมากในอาเซียน
“สิ่งที่น่าสนใจ คือ บริษัทจีนไม่ได้สนใจลงทุนแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่ยังสนใจลงทุนกระจายไปในหลายประเทศในกลุ่มอาเซียน มีบางบริษัทที่ลงทุนในไทยอยู่แล้ว ก็ขอคำปรึกษาเรื่องไปลงทุนในอินโดนีเซียด้วย”
สอดคล้องกับที่ ฌอง ปิแอร์ เวอร์บิสต์ หุ้นส่วนของเวสต์
อินโดไชน่า ที่เชื่อว่าจะเห็นจีนเข้ามามีส่วนลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคพื้นฐานใหญ่ๆ ในภูมิภาคมากขึ้น ทั้งเส้นทางรถไฟและสนามบินในประเทศต่างๆ และอาเซียนจะมีความสำคัญต่อจีนมากขึ้นเรื่อยๆ
ผู้เชี่ยวชาญทั้งสามคนยังระบุว่า การลงทุนนอกประเทศของธุรกิจจีน นอกจากเป็นการแสวงหาโอกาสใหม่ในภาวะที่เศรษฐกิจประเทศชะลอตัวลงแล้ว ยังเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมให้เงินหยวนมีฐานะเป็นสกุลเงินสากล (Global Currency) มากขึ้นด้วยในอนาคต







