posttoday
"ประยุทธ์"นั่งหัวโต๊ะถกความคืบหน้าเขต ศก.พิเศษ

"ประยุทธ์"นั่งหัวโต๊ะถกความคืบหน้าเขต ศก.พิเศษ

29 พฤษภาคม 2558

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ถก ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย้ำ เริ่มเดินหน้าปีนี้ ผุดแนวคิด “โซเชี่ยล บิซซิเนส” เชื่อมโยงประชาชนในพื้นที่

นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ ถก ความคืบหน้าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ย้ำ เริ่มเดินหน้าปีนี้ ผุดแนวคิด “โซเชี่ยล บิซซิเนส” เชื่อมโยงประชาชนในพื้นที่

เวลา 09.00 น.วันที่ 29 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทุนภาคเอกชน เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและการส่งเสริมการลงทุนเขตธุรกิจ

โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น เป็นไปตามแนวทางของคณะขับเคลื่อน โดยรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์ในเรื่องการค้าการลงทุนอยู่แล้ว ทั้งในเขตการลงทุนเดิมและการขับเคลื่อนให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ใกล้ชายแดนที่เรากำหนดไว้แล้ว 6 แห่ง ซึ่งรายละเอียดปัญหานั้นมีหลายประการ เช่นการจัดหาที่ดิน การลงทุนร่วม ดังนั้นการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือรัฐเป็นผู้ลงทุน ผ่านนิคมอุตสาหกรรม และภาคเอกชนมาเช่าพื้นที่ของรัฐไปดำเนินการคู่ขนานกันไป เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระยะต่อไปภาคเอกชนต้องมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้ได้และประเด็นสำคัญที่ได้สั่งการไปในวันนี้คือ   การจัดตั้งโซเชี่ยล บิซซิเนส คือการประกอบการที่ตอบสนองต่อสังคม ซึ่งตนต้องการให้มีการประกอบการเหมือนกับโครงการหลวงหรือโครงการดอยตุงโดยจะอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ด้วย เพื่อให้มีความสอดคล้องกับห่วงโซ่ของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องสหกรณ์ ผู้ประกอบการด้านการผลิต เช่น เกษตรกร จะได้ไม่เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน โดยมีความมุ่งหมายเน้นหนักในเรื่องของการสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่เดิมไว้ด้วย ถ้าจะลงทุนใหม่ก็อยู่ในกรอบสิทธิประโยชน์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีความแตกต่างที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) ได้กำหนดไว้แล้ว และทั้งหมดจะต้องเร่งรัดให้มีการเริ่มต้นภายในปี 2558 นี้

“ส่วนการแก้ไขปัญหาก็ขอความร่วมมือกับภาคประชาชนด้วย อย่าเพิ่งปฏิเสธ อย่าเพิ่งต่อต้าน ผมดูแลคนทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ให้อะไรเกิดได้เลยก็จะต้องเจอปัญหาอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจตก รายได้ตก ราคาผลิตผลการเกษตรตกทั้งหมด  มันต้องเชื่อมโยงเรียกว่าการสร้างห่วงโซ่ของคุณค่าให้ได้ ทั้งภาคประชาชน สังคม เอกชน และธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับกิจการใดที่ประชาชนต้องการก็ให้เสนอมา ถ้ามันนอกกรอบไปหน่วย ก็ต้องไปดูว่าจะทำได้หรือไม่ โดยประเด็นสำคัญคือต้องไม่สร้างผลเสียให้สิ่งแวดล้อม ไม่ขัดขวางให้ธุรกิจเดิมต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสียหาย ต้องสร้างห่วงโซ่ให้ได้และ เราต้องผลักดันทั้ง 2 ด้านควบคู่ไปด้วยกัน คือ ในส่วนของการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมเดิม ที่จะต้องขยายแต่มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ น้ำเสียต่างๆต้องแก้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น เขาจะย้ายฐานการลงทุนไปหมด เราต้องดูตรงนั้นด้วย ส่วนที่เป็นธุรกิจใหม่ ก็จะไปเสริมตรงนั้น เพื่อสร้างอาชีพรายได้ในพื้นที่ โดยนำผลิตผล ผลิตภัณฑ์ในพื้นที่มาจำหน่วย หรือรับวัสดุต้นทุนจากต่างประเทศที่มีสิทธิ์จีเอสพี เข้ามาเป็นวัตถุดิบ วัสดุต้นทุน และนำมาแปรรูปขายต่อ ทั้งนี้ขอให้สร้างความเชื่อมโยงได้ทั้งหมด

        

ข่าวล่าสุด

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย

IMF 2026 เปิดมุมพักผ่อนคู่สมรสผู้นำโลก ดันธุรกิจไลฟ์สไตล์ไทย