posttoday

อุตฯรถขู่รัฐไม่ผลิตเหล็กต้นน้ำย้ายฐานโดยเฉพาะสายผลิตรถใหม่

23 กันยายน 2552

โพสต์ทูเดย์ — อุตฯ ยานยนต์ค้านรัฐบาล ยันต้องมีเหล็กต้นน้ำในไทย ตั้งโรงงานแถบอาเซียนไม่ลดต้นทุนพอ ขู่อาจย้ายฐานการผลิตรถใหม่ไปใกล้แหล่งวัตถุดิบ

โพสต์ทูเดย์ — อุตฯ ยานยนต์ค้านรัฐบาล ยันต้องมีเหล็กต้นน้ำในไทย ตั้งโรงงานแถบอาเซียนไม่ลดต้นทุนพอ ขู่อาจย้ายฐานการผลิตรถใหม่ไปใกล้แหล่งวัตถุดิบ

แหล่งข่าวจากวงการยานยนต์เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการสั่งทบทวนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ โดยให้พิจารณาอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำ และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีใหม่ว่าควรจะมีในประเทศไทยหรือไม่ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เป็นอุตสาหกรรมสนับสนุนของอุตสาหกรรมเหล็กเห็นว่า หากมีแหล่งวัตถุดิบอยู่ใกล้หรือมีอยู่ในประเทศจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งได้ ซึ่งนักลงทุนจากญี่ปุ่นในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก ต้องการมาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำในไทย เพื่อป้อนวัตถุดิบให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ของญี่ปุ่นเองในประเทศ

ทั้งนี้ ญี่ปุ่นมองว่าต้องมีการลงทุนอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำในอาเซียนอยู่แล้ว เพื่อลดต้นทุนด้านการส่งวัตถุดิบจากเดิมที่ต้องส่งวัตถุดิบจากออสเตรเลียไปยังโรงเหล็กในญี่ปุ่น ก็จะส่งเข้าอาเซียนโดยตรง และผลิตเหล็กคุณภาพสูงป้อนโรงงานรถยนต์ โดยญี่ปุ่นมองว่าจะเป็นที่ประเทศไหนก็ได้ในอาเซียนที่มีความพร้อม แต่ที่สนใจไทย เพราะเป็นฐานการผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่นอยู่แล้ว ซึ่งหากไทยไม่สามารถมีอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำในประเทศได้ ญี่ปุ่นก็คงไปลงทุนในประเทศอื่นๆ และนำเข้าเหล็กมาผลิตรถยนต์ในไทยแทน

อย่างไรก็ตาม ถ้าโรงเหล็กต้องไปอยู่ประเทศอื่นในอาเซียนในอนาคตก็เป็นไปได้ที่ฐานการผลิตรถยนต์ชนิดอื่นๆ จะย้ายไปอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบด้วยเช่นกัน เพราะการที่อุตสาหกรรมยานยนต์จะไปลงทุนที่ใด จะพิจารณาจากอุตสาหกรรมสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง เช่น ปิโตรเคมี เหล็ก เป็นต้น

“หากอุตสาหกรรมต้นน้ำไปอยู่ที่ใด ย่อมเป็นธรรมดาที่อุตสาหกรรมกลางน้ำและปลายน้ำจะไหลตามไป ซึ่งหากไทยมีโอกาสก็ควรจะเก็บให้ครบทั้งห่วงโซ่การผลิต” แหล่งข่าวเปิดเผย
สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ใช้เหล็กคุณภาพสูงปริมาณ 4-5 ล้านตันต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ไทยนำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นหลัก และโรงงานเหล็กที่จะมาลงทุนในไทยจะมีกำลังการผลิตประมาณ 5 ล้านตันต่อปี ซึ่งคุ้มค่ากับการลงทุน เพราะมีปริมาณความต้องการเพียงพอ และสะดวกในการซื้อขายและขนส่ง

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การสั่งทบทวนแผนพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่ไม่ได้หมายความว่ารัฐจะไม่ส่งเสริม แต่อาจต้องการข้อมูลเพื่อนำมาพิจารณาเพิ่มขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสูง

สำหรับอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำเห็นว่าควรจะมี เนื่องจากไทยมีเหล็กกลางน้ำและปลายน้ำอยู่แล้ว การที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศให้ครบวงจร จะเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศด้วยเช่นกัน ซึ่งเบื้องต้นมีการศึกษาแล้วว่าถ้ามีการลงทุนในอุตสาหกรรมเหล็กต้นน้ำจะคุ้มค่าต่อการลงทุน

อย่างไรก็ตาม การมีแหล่งวัตถุดิบภายในประเทศ จะเสริมความมั่นคงด้านการผลิตที่สามารถคุมได้ ในอนาคตจีนและอินเดียต้องใช้เหล็กมาพัฒนาประเทศ ทำให้ราคาเหล็กในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น ถ้าไทยผลิตได้เองจะมั่นคง แต่หากไทยสามารถผลิตเองได้จะมีความมั่นคงในการผลิตเพื่อป้อนอุตสาหกรรมอื่นๆ ในประเทศ และลดการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด เบิร์นลีย์ พบ แมนซิตี้ พรีเมียร์ลีก วันนี้ 22 เม.ย.69