
เหมราชฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้น
เหมราชฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้น เดินหน้าลงทุน 5.2 พันล้านบาท พัฒนาที่ดินนิคมอุต-คอนโด โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ เต็มสูบ
เหมราชฯ มั่นใจเศรษฐกิจไทยฟื้น เดินหน้าลงทุน 5.2 พันล้านบาท พัฒนาที่ดินนิคมอุต-คอนโด โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนท์ เต็มสูบ
นายเดวิด นาร์โดน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนใช้เงินลงทุนจำนวน 5,000-5,200 ล้านบาท ประกอบด้วย ลงทุนในธุรกิจพลังงาน จำนวน 1,400 ล้านบาท ลงทุนพัฒนาโรงงานสำหรับธุรกิจขนาดกลางและเล็กจำนวน จำนวน 300 ล้านบาท และการซื้อหุ้นที่เหลือจำนวน 75% ของเขตประกอบการอุตสาหกรรม เอสไอแอล (สระบุรี) จากเครือซิเมนต์ไทย จำนวน 1,100 ล้านบาท พัฒนาระบบสาธารณูปโภคในนิคมอุตสาหกรรม 6 แห่ง จำนวน 1,000 ล้านบาท และอีก 1,500 ล้านบาท จะพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประกอบด้วยเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์และโรงแรม ที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นการร่วมทุนกับนักลงทุนท่องถิ่นที่เป็นเจ้าของที่ดิน รวมไปถึงยังมีแผนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับกลาง ราคาขายเฉลี่ย 8 หมื่นบาทต่อตร.ม. บนที่ดิน 2.5 ไร่ ด้านหลังอาคารยูเอ็ม ทาวเวอร์ ย่านคลองตัน ซึ่งอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ สถานีรามคำแหง และยังมองหาที่ดินใจกลางเมื่อพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับไฮเอ็นด์
ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนดังกล่าวจะมาจากการออก หุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท ในครึ่งปีหลัง อัตราดอกเบี้ย 5.5-6% และบริษัทยังมีกระแสเงินสดในมืออีก 2,500 ล้านบาท
นายนาร์โดน กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 80% และกำไรเพิ่ม 50% โดยในปีที่ผ่านมา บริษัท มีรายได้ 2,050 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 575 ล้านบาท โดยใน ครึ่งปีแรก ปี 2553 บริษัทมียอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม 610 ไร่ ตั้งเป้ายอดขายทั้งปี 1,000 ไร่ เพิ่มจาก 144 ไร่ เมื่อปี 2552 ซึ่งล่าสุด ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ประเทศไทย ได้ซื้อที่ดินจำนวน 468 ไร่ ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราช อีสเทิร์น ซีบอร์ด
สำหรับโครงการคอนโดมิเนียมเดอะพาร์ค ชิดลม ซึ่งเปิดการขายเมื่อ 4 ปีก่อน ปัจจุบันเหลือยูนิตขายจำนวน 34 ยูนิต มูลค่า 1,000 ล้านบาทหรือคิดเป็น 15% ของจำนวนรวม 218 ยูนิต มูลค่า 6,400 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากมูลค่าขายในช่วงเปิดโครงการครั้งแรก 4,600 ล้านบาท ทำให้บริษัท มีกำไรสุทธิจากโครงการดังกล่าวประมาณ 40%
ปัจจุบันราคาขายอยู่ 1.6 แสน-2.3 แสนบาทต่อตร.ม. ซึ่งเป็นราคาที่ปรับขึ้นจาก 1 แสน-1.2 แสนบาทต่อตร.ม. โดยในครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขาย 7 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 384 ล้านบาท แม้จะปิดการขายชั่วคราวในเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองย่านราชประสงค์ บริษัทได้ทำการเปิดขายอีกครั้งเมื่อปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาและมียอดขาย 2 ยูนิตจำนวน 140 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ในปลายปี 2554







