
ปีติพงศ์แจงผลอียูประเมินความคืบหน้าแก้ปัญหาไอยูยู
"ปีติพงศ์" แจงผลอียูเยือนไทย เร่งผลักดัน พ.ร.บ.ประมงฉบับปรับปรุงใหม่ แก้ปมไอยูยู
"ปีติพงศ์" แจงผลอียูเยือนไทย เร่งผลักดัน พ.ร.บ.ประมงฉบับปรับปรุงใหม่ แก้ปมไอยูยู
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ผลจากการหารือร่วมกับคณะเจ้าหน้าที่จากอียูเข้ามาตรวจประเมินและเก็บข้อมูลสถานการณ์ดำเนินการในเรื่องการป้องกันยับยั้งและขจัดการทำประมงIUUของไทยเป็นครั้งแรกหลังจากการประกาศให้ใบเหลืองประเทศไทย ระหว่างวันที่ 11 – 21 พ.ค. ซึ่งประกอบด้วย คณะเจ้าหน้าที่เทคนิค และคณะเจรจาหารือโดยเจ้าที่อียูได้ให้คำแนะนำถึงประเด็นที่เป็นใจความสำคัญ คือ
1.แผนการบริหารจัดการทรัพยากรประมงของไทย คือทำอย่างไรไม่ให้จับปลามากเกินไป ทั้งในอ่าวไทย ในทะเลอันดามันและทะเลนอกอาณาเขตของประเทศไทยโดยขณะนี้ได้สั่งการให้กรมประมงดูว่าเครื่องมือที่เรามีอยู่เรือที่เรามีเหมาะกับสภาพการจับและทรัพยากรธรรมชาติที่เหลืออยู่หรือไม่อย่างไรเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการกำหนดแผนปฏิบัติการว่าเราต้องลดอะไรบ้างรวมถึงมาตรการในการเยียวยาหากจะต้องมีการลดจำนวนเรือหรือเครื่องมือให้มีความเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่
2. ความสอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ และการบังคับใช้กฎหมายซึ่งนอกจากกระทรวงเกษตรฯ จะเร่งผลักดัน พ.ร.บ.ประมง ฉบับปรับปรุงใหม่แล้ว แต่เพื่อให้ข้อบังคับมีผลครอบคลุมการแก้ไขปัญหาประมง ไอยูยู กระทรวงเกษตรฯ ได้จัดทำร่าง พ.ร.บ. ประมงขึ้นมาอีกหนึ่งฉบับซึ่งคาดว่าภายในเดือนมิถุนายนนี้น่าจะแล้วเสร็จโดยกฎหมายฉบับใหม่นี้ ถือเป็นการยกระดับการประมงของไทยให้เป็นสากลซึ่งถือเป็นการปรับโครงสร้างการผลิตภาคประมงครั้งใหญ่ของประเทศขณะเดียวกัน ยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาไอยูยูโดยเฉพาะ ซึ่งในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้นำแนวทางกฎหมายที่หลายๆประเทศมีอยู่มาปรับใช้ให้เหมาะกับประเทศไทยมากที่สุดและไม่ผิดหลักกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน
3 การดำเนินการในมาตรการต่าง ๆ เพื่อป้องกัน ยับยั้งการทำประมงผิดกฎหมายซึ่งเป็นส่วนที่อียูให้ความพึงพอใจและเชื่อมั่นว่ารัฐบาลไทยมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่ว่าจะเป็นการจัดตั้งศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายหรือศปมผ. การติดตั้งระบบตรวจติดตามเรือ หรือ วีเอ็มเอสเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการตรวจสอบย้อนกลับการควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมงที่ท่า (Port in- Port out: PIPO)ระบบการติดตามตำแหน่งเรือ (Vessel Monitoring System : VMS)และการตรวจร่วมในทะเล เป็นต้น
4. ประเด็นความเกี่ยวโยงเรื่องค้ามนุษย์ซึ่งแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับ IUUแต่ฝ่ายไทยจะเร่งหามาตรการป้องกันแรงงานประมงผิดกฎหมายไม่ให้ขี้นบนเรือหรือข้อมูลแรงงานที่ไม่ตรงกับข้อมูลที่แจ้งทำให้เรือออกไม่ได้ซึ่งในเร็วๆ นี้กระทรวงเกษตรฯจะต้องเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ร่วมกัน
ทั้งหมดนี้แม้ว่าใน 6 เดือนนี้ไทยจะยังไม่สามารถทำให้อียูยกเลิกการให้ใบเหลืองแก่ไทยได้แต่เชื่อว่าจะสามารถขยายระยะเวลาการให้ใบเหลืองของไทยออกไปซึ่งระหว่างนี้ไทยจำเป็นจะต้องมีการเจรจาหารือกับทางอียูอย่างใกล้ชิด







