
ฟุ้งต่างชาติสนดาต้าเซ็นเตอร์
ต่างชาติ 20 ราย พร้อม ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท คาดปลายปีชัดเจน
ต่างชาติ 20 ราย พร้อม ลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ มูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท คาดปลายปีชัดเจน
นายศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทเอกชนต่างชาติประมาณ 20 ราย แสดงความสนใจลงทุนสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศไทย โดยจะร่วมทุนกับผู้ประกอบการในประเทศไทย และต้องมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ไทย คาดว่าจะมีการลงทุนสร้างศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่มีพื้นที่แห่งละ 2,000-3,000 ตารางเมตร ใช้เงินลงทุนแห่งละ 1,000-1,500 ล้านบาท รวมเม็ดเงินลงทุนรวมมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท
“ในเบื้องต้นมีนักลงทุนต่างชาติทั้งจากประเทศญี่ปุ่น สิงคโปร์ แคนาดา สหรัฐ แสดงความสนใจต้องการเข้ามาลงทุนในไทย ในเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นการจับมือกับพันธมิตรในประเทศไทย และร่วมถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่ผู้ประกอบการไทยด้วย” นายศักดิ์ กล่าว
นายศักดิ์ กล่าวว่า สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เตรียมเสนอแผนและแนวทางการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ทั้งหมดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในเดือน มิ.ย.นี้ คาดว่าจะเริ่มลงทุนช่วงปลายปีนี้ หลังจากนั้น 18 เดือน จึงจะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแก่ภาครัฐและเอกชนที่ต้องการใช้บริการ โดยปัจจุบันไทยมีดาต้าเซ็นเตอร์ของภาครัฐกว่า 100 แห่ง และมีอายุใช้งานเกิน 7 ปีแล้ว
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์นั้น จะต้องมีมาตรการหรือสิทธิประโยชน์ให้แก่ภาคเอกชนที่เข้ามาลงทุนด้วย จึงต้องเสนอให้ ครม.พิจารณา เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนรวมในประเทศ และเป็นไปตามนโยบายดิจิทัลอีโคโนมี โดยจะพูดคุยกับภาคเอกชนถึงความต้องการใช้งานดาต้าเซ็นเตอร์ในประเทศ เพื่อให้พิจารณาแผนลงทุนได้เหมาะสม
นายศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ได้ร่วมผลักดันให้หน่วยงานภาครัฐเข้าร่วมโครงการ Open Government Data หรือโครงการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ เพื่อให้ประชาชนและองค์กรธุรกิจนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้ ในเดือน ก.ย.นี้ จะมี 20 กระทรวง และ 150 หน่วยงานของรัฐ นำเสนอข้อมูลผ่าน Data.go.th ที่ทุกหน่วยงานต้องเปิดเผยข้อมูลไม่ต่ำกว่า 2 ชุด
ข้อมูลที่จะนำเสนอของภาครัฐ จะเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อประชาชนและภาคเอกชน ที่สามารถนำข้อมูลของภาครัฐมาสร้างมูลค่าเพิ่มทางธุรกิจและเกิดธุรกิจ สามารถสร้างแอพพลิเคชั่นเพื่อต่อยอดธุรกิจได้จำนวนมาก และนำเสนอข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐด้วย
“หากมีการนำเสนอชุดข้อมูลของภาครัฐที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและภาคเอกชน จะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและเกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก เช่น ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าในแต่ละหมู่บ้าน การรักษาพยาบาลต่างๆ ทำให้นำข้อมูลไปสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้อย่างมาก” นายศักดิ์ กล่าว







