
เทคนิคง่ายๆ ซื้อรถมือสองยังไงให้เหมาะกับรายได้ตัวเอง
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันนี้ รถยนต์คือปัจจัยที่ห้าของชีวิตเสมือนแขนขา หรือผู้ช่วยที่จะทำให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวขับเคลื่อนไปอย่างสะดวกสบาย
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบันนี้ รถยนต์คือปัจจัยที่ห้าของชีวิตเสมือนแขนขา หรือผู้ช่วยที่จะทำให้ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวขับเคลื่อนไปอย่างสะดวกสบาย
รถยนต์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่คนส่วนใหญ่ ... เรียกได้ว่าเกือบทุกคน ปรารถนาที่จะมีไว้ครอบครอง และนอกจากจะใช้งานเพื่ออำนวยความสะดวกแล้ว รถยนต์ยังเปรียบเสมือนสิ่งที่แสดงถึงความสำเร็จของชีวิตด้วยเช่นกัน
ในตลาดบ้านเราก็มีรถยนต์ยี่ห้อต่างๆ หลากรุ่นหลายระดับราคาให้เลือกมากมาย ตั้งแต่หลักแสนไปจนถึงหลักล้านบาท หลายรุ่นเข้ามาตอบโจทย์ในตลาด หลายรุ่นตอบคำถามในเรื่องของการขับขี่ มีออพชั่นที่ลงตัวและคุ้มค่าในการคบหา ซึ่งแน่นอนว่าคนส่วนใหญ่อยากจะได้รถที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไปด้วยกันทั้งนั้น
สำหรับคนที่ฝันอยากจะมีรถเป็นของตนเอง การซื้อ "รถมือสอง" อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ หรือเรียกได้ว่าคุ้มค่าไม่แพ้รถใหม่ป้ายแดงจากโชว์รูมเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องราคาแล้ว ย่อมประหยัดงบประมาณกว่า เพราะราคานั้นจัดว่าถูกกว่ารถมือหนึ่งครึ่งต่อครึ่งกันเลยทีเดียว
แน่นอนว่าปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อรถมือสองสักคันคงหนีไม่พ้น "รายได้" รวมทั้ง "รายจ่าย" ในแต่ละเดือนของเรา แล้วจะมีวิธีซื้อรถอย่างไรเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ดีที่สุด มีคุณภาพที่สุด ในราคาที่เหมาะสมกับรายได้ตัวเอง รถที่คุณรักจะได้ไม่กลายเป็นภาระจนกระทบกับชีวิตประจำวันในภายหลัง
สอบถามตัวคุณเองว่ามีทุนพอที่จะซื้อรถมือสองหรือไม่
จะซื้อเงินสด หรือเงินผ่อนดี?
นี่คือคำถามที่ผู้ต้องการซื้อรถมือสองส่วนใหญ่ต้องการหาคำตอบ เพราะการซื้อรถมือสองทั้งเงินสดหรือเงินผ่อนนั้นหมายถึงดอกเบี้ยและระยะเวลาที่คุณจะต้องจ่ายนั้นต่างกัน ถ้ารายได้น้อยแต่ยังต้องผ่อน หรือมีรายได้พอจ่ายแต่ยังมีหนี้อื่นๆ อยู่ เช่น หากคุณมีเงินเดือน 8,000 บาท แต่ผ่อนรถมือสองเดือนละ 4,000 บาท เท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินเดือน โดยไม่มีคนช่วยจ่าย หรือไม่มีรายได้พิเศษทางด้านอื่น ก็ควรทบทวนให้ดีอีกรอบ การมีรถเป็นของตัวเอง แต่ต้องมานั่งกุมขมับกับค่าใช้จ่ายที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ต่อให้รถคันนั้นเป็นรถในฝันของคุณมันก็คงจะมอบความสุขให้กับคุณได้ไม่มากนัก
ตัวอย่างการคำนวณรายจ่ายคร่าวๆ
ในกรณีที่คุณได้เงินเดือน 20,000 บาทต่อเดือน แต่อยากซื้อรถมือสองสักคัน สมมติว่าถูกใจรถโตโยต้า รุ่นยาริส เลือกรถปี 2014 สภาพใหม่กิ๊ก ราคา 499,000 บาท ดาวน์ 15% เท่ากับ 74,850 บาท ผ่อนส่ง 72 งวด รวมภาษีอีก 7% เท่ากับงวดละ 8,195 บาท สมมติเงินเดือนนั้นแบ่งเป็นค่ากินค่าใช้วันละ 100 บาท เท่ากับ 3,000 บาทต่อเดือน เงินเดือนก็จะเหลือ 8,805 บาท
(https://www.krungsrimarket.com/Search/CarDetail?postId=13125)
นี่เป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายจากการผ่อนชำระรายเดือนแล้ว ยังต้องมีค่าใช้จ่ายที่จะตามมาหลังซื้อรถมือสองอีกมากมายที่ไม่ควรมองข้ามไป ซึ่งจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้รถ ขนาดเครื่องยนต์ ตลอดจนอายุการใช้งานของรถ โดยมีรายละเอียดตามตารางค่าใช้จ่ายโดยประมาณดังนี้
จากนั้นลองกลับมาคิดว่าคุณมีค่าใช้จ่ายอะไรอีกบ้าง และจะพอใช้โดยไม่ต้องลำบากหรือไม่ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าซักผ้า ค่าข้าวของอุปกรณ์ทั่วไป ค่าเครื่องสำอาง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าอื่นๆ เมื่อเป็นเช่นนี้จึงควรพิจารณาให้ดีว่าการจะซื้อรถมือสองนั้นมีความจำเป็นกับคุณหรือไม่
เงินทุนไม่พอก็สามารถสานต่อความต้องการของคุณให้เป็นจริงได้
กรณีนี้คุณสามารถติดต่อกับสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อขอกู้เงินแล้วนำมาซื้อรถมือสองได้ แต่ถ้าจะเอาแบบชัวร์ๆ ไม่มั่วนิ่ม แถมยังง่ายเพียงแค่คลิก ต้องที่ เว็บไซต์กรุงศรีมาร์เก็ตดอทคอม www.krungsrimarket.com มีฟังก์ชันพิเศษที่เอื้อประโยชน์ต่อคุณ อย่าง โปรแกรมคำนวณสินเชื่อเบื้องต้น พร้อมกราฟเปรียบเทียบยอดผ่อนชำระตามจำนวนงวดที่ต้องการ จะผ่อน 1 ปี 2 ปี หรือ 5 ปี ก็เห็นยอดผ่อนต่อเดือนได้ทันทีภายในกราฟเพียงภาพเดียว หากพิจารณาดูแล้วยอดผ่อนลงตัว ก็เพียงกดปุ่ม "สมัครสินเชื่อ" เพื่อให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป ให้คำแนะนำกันฟรีๆ หรือ สามารถเข้าไปชมวิธีการคำนวณยอดผ่อนได้ที่ป๋าเดอะซีรีย์
เพียงเท่านี้ก็สามารถสานต่อความต้องการรถมือสองของคุณให้เป็นจริงได้แล้ว
Advertorial







