
โตโยต้าทีมไทยแลนด์ คนเจ๋ง+รถแจ่ม สนามนูร์เบิร์กริงการันตี
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมหนีร้อนไปเผชิญอากาศยะเยือกบนเทือกเขาในเมืองนูร์เบิร์ก ประเทศเยอรมนี ตามคำเชื้อชวนของโตโยต้า มอเตอร์ ไทยแลนด์ สิ่งที่ทำให้ผมจัดเตรียมเอกสารคว้ากระเป๋าขึ้นเครื่องจับเจ่าร่วม 11 ชั่วโมงบนเครื่องบิน นั่นคือ...
สัปดาห์ที่ผ่านมาผมหนีร้อนไปเผชิญอากาศยะเยือกบนเทือกเขาในเมืองนูร์เบิร์ก ประเทศเยอรมนี ตามคำเชื้อชวนของโตโยต้า มอเตอร์ ไทยแลนด์ สิ่งที่ทำให้ผมจัดเตรียมเอกสารคว้ากระเป๋าขึ้นเครื่องจับเจ่าร่วม 11 ชั่วโมงบนเครื่องบิน นั่นคือ...
สนามแข่งรถนูร์เบิร์กริง สนามเวิลด์กรังด์ปรีซ์เลื่องชื่อ 1 ใน 3 ของโลก ในรูปแบบแข่งรถ 24 ชั่วโมงวิ่งกันทั้งวันทั้งคืน สนามแข่งที่นิกิ เลาด้า อดีตแชมป์โลกรถสูตร 1 หรือ F1 นักแข่งรถระดับตำนานของโลกเกือบเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ และออกไปด้วยสภาพร่างยับเยินจากอุบัติเหตุและเกิดเพลิงไหม้ซ้ำอาการสาหัส ในปี 2518 ซึ่งอุบัติครั้งนั้นกลายเป็นหนังดังเรื่อง RUSH
ครับ...ทางโตโยต้า ไทยแลนด์ อยากให้การแข่งขันรถยนต์รายการยิ่งใหญ่ระดับโลกคือ รายการ ADAC Zurich 24 hr 2015 in Nrburgring และพิสูจน์ความสามารถของทีมนักแข่งไทย 8 คน บนรถแข่งบ้านๆ จากประเทศไทย 2 คัน ในสนามแข่งความยาวกว่า 26 กิโลเมตร โค้งอันตราย 73 โค้ง ในหุบเขาเนินเขาที่แวดล้อมด้วยป่าเขียว เพื่อพิสูจน์สมรรถนะโตโยต้า อัลติส เอสสปอร์ต ที่เราเห็นวิ่งกันทั่วประเทศนั่นแหละครับ
พี่ต้าทั้งสองคันลงแข่งขันในรุ่น SP3 เครื่องยนต์ 1,601-2,000 ซีซี เป็นรถยนต์ประเภทโปรดักชั่นคาร์คันแรกของบ้านที่เข้าร่วมทำการแข่งขัน 24 ชั่วโมง เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของตัวรถกำลังความอึดของเครื่องยนต์ เกียร์ ช่วงล่าง อัตราเร่ง ระบบนิรภัยที่มีติดตั้งอยู่ในรถ โดยสามารถดัดแปลงภายใต้กฎข้อบังคับการแข่งขันของสหพันธยานยนต์นานาชาติ หรือ FIA
รถคันแรกหมายเลข 149 ลงทำการแข่งขันในรุ่นเครื่องยนต์ 2,000 ซีซี วางเครื่องยนต์ 3S-GE อีกคันหนึ่งหมายเลข 155 ใช้เครื่องยนต์ 1,800 ซีซี รถยนต์โตโยต้าจากประเทศไทยทั้งสองคัน จะวิ่งทำการแข่งขันในสนามไปพร้อมๆ กับฝูงเบนซ์สปอร์ต SLS ฝูงบีเอ็มดับเบิลยู Z3 ฝูงพอร์ช ฝูงออดี R8 และอื่นๆ อีกมากมายหลายยี่ห้อและรุ่น แต่วางใจได้แม้ลงสนามพร้อมกันแต่คนละรุ่นครับ (ฮา)
สุทธิพงศ์ สมิตชาติ (อาร์โต้) หัวหน้าทีมแข่งโตโยต้า ทีมไทยแลนด์ เล่าให้ฟังก่อนลงสนามแข่งว่า เป้าหมายในการลงแข่งครั้งนี้ คันหมายเลข 149 จัดเต็มมาเพื่อสู้สุดตัว เพื่อให้ได้ตำแหน่งดีที่สุดและต้องแข่งจบ 24 ชั่วโมง ส่วนคัน 155 วิ่งเต็มที่แต่อย่าฝืนและต้องเอารถให้อยู่จนจบการแข่งขัน 24 ชั่วโมง และที่สำคัญที่สุดนักแข่งทั้งสองคัน คันละ 4 คน รวม 8 คน ต้องขับตามแผนที่วางไว้และมีวินัยอย่างเคร่งครัด ทั้งการขับและการพักผ่อนเพื่อรอผลัดมือ
ผมฟังไปก็เอะใจว่า ตั้งแต่ลงสนามบินที่แฟรงก์เฟิร์ต นั่งกินกาแฟที่จัตุรัสโรเมอร์ เดินเที่ยวชมนั่นนี่ และนั่งรถอีก 2 ชั่วโมง มายังสนามนูร์เบิร์กริง ผมไม่เห็นรถยนต์โตโยต้า อัลติส เอสสปอร์ต วิ่งบนถนนในเยอรมนีสักคัน อดไม่ได้ต้องหันไปถามคุณแข โตโยต้า ว่า รุ่นนี้มีขายที่เยอรมนีหรือเปล่า คำตอบคือ “ไม่มีค่ะ”
อาจมีคำถามเกิดขึ้นในใจหลายคนว่า แล้วถ่อมาครึ่งโลกเพื่อแข่งรถรุ่นที่ไม่มีขายในเยอรมนีในสนามแข่งโหดระดับโลกให้คนเยอรมนีดูทำไม? คำตอบที่ผุดในใจผมคือ คนเยอรมันไม่ใช่เป้าหมาย คนไทยต่างหากคือเป้าหมายของโตโยต้าไทย
นี่เป็นความชาญฉลาด ความเชื่อมั่นในตัวรถรุ่นนี้ของโตโยต้าไทยแลนด์อย่างเต็มเปี่ยม เพราะเพียงสามารถจบการแข่งขัน 24 ชั่วโมง มันสามารถอธิบายให้คนไทยได้รับรู้และมั่นใจในโตโยต้าอัลติส ด้วยการใช้ตัวสินค้าอธิบายสมรรถนะ ความอึด ถึก ทน และความคล่องตัวระดับโลก โดยมีสนามแข่งนูร์เบิร์กริงการันตี...แต่ถ้าพลาดก็ตัวใครตัวมันละครับ และงานนี้โตโยต้าไทยแลนด์ไม่พลาด รถหมายเลข 149 เข้าเส้นด้วยตำแหน่งที่ 6 ในรุ่น SP3 (เป็นอันดับ 82 ของรถทุกรุ่นที่ลงสนาม) รถหมายเลข 155 เข้าตำแห่งที่ 7 ในรุ่น SP 3 ที่ลงแข่งขัน
ครับ...เรียนว่ารถที่ลงทุกคันไม่ใช่ว่าจะวิ่งจบการแข่งขัน เพียงแค่การทดสอบหาตำแหน่งออกสตาร์ท หรือควอลิฟาย รถทั้งหมด 200 กว่าคัน เหลือลงแข่งจริงเพียง 100 กว่าคัน จากรถพังบ้าง และในการแข่งขันก็มีอุบัติเหตุ และเห็นความเสียหายของเครื่องยนต์หลายคันเป็นระยะเวลา 3 วัน ที่ผมอยู่ในสนามแข่งสามารถยืนยันว่า ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่ได้มาเพราะโชคช่วย ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมาจากองค์ประกอบที่สมบูรณ์ ตัวรถยนต์ นักแข่งทั้ง 8 คน ทีมเวิร์ก วินัย ทีมช่าง ทีมสนับสนุน รวมทั้งครัวไทยที่ยกไปตั้งที่สนาม เพื่อให้บริการทุกคนในทีม (อร่อยมาก) อันที่จริงรถโตโยต้า อัลติส เอสสปอร์ต หมายเลข 149 ควรได้ตำแหน่งที่ดีกว่า หากไม่เกิดแคร้งเกียร์เสียหาย ส่งผลให้น้ำมันเกียร์รั่ว เกิดปัญหากับนักแข่งไม่สามารถใช้อัตราทดเกียร์ได้ตามสภาพสนาม จากที่วิ่งในอันดับต้นๆ ของรุ่น ต้องเสียเวลาวิ่งเข้ามาในพิตเพื่อเปลี่ยนเกียร์ลูกใหม่ ใช้เวลาในการเปลี่ยนเกียร์นานเกือบ 1 ชั่วโมง ทำให้อันดับร่วงไปแต่ก็สามารถไล่กลับมาจบตำแหน่งที่ 6 ของรุ่น (นี่ไงครับทีมเวิร์ก)
ขอบคุณทีมแข่ง โตโยต้า ทีม ไทยแลนด์ ที่มอบความรู้และอาหารอร่อย ขอบคุณโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ที่คอยดูแลตลอดการเดินทาง







