
อสังหาฯ-ค้าปลีกจุกมาตรฐานบัญชี
สภาวิชาชีพบัญชีห่วงมาตรฐานบัญชีใหม่กระทบกำไรกลุ่มอสังหาฯ-ค้าปลีก สะกิดบริษัทนอกตลาดหุ้นปรับตัวใช้กติกาปี 2554
สภาวิชาชีพบัญชีห่วงมาตรฐานบัญชีใหม่กระทบกำไรกลุ่มอสังหาฯ-ค้าปลีก สะกิดบริษัทนอกตลาดหุ้นปรับตัวใช้กติกาปี 2554
นายวรศักดิ์ ทุมนานนท์ อาจารย์ประจำภาควิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และประธานคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานบัญชี สภาวิชาชีพบัญชี เปิดเผยว่า มาตรฐานบัญชีตามหลักสากลใหม่ IFRS ที่จะเริ่มประกาศใช้ในปี 2554 จะมีผลกระทบกับ 2 กลุ่มอุตสาหกรรมแรก คือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์-พัฒนาที่ดิน ซึ่งต้องเปลี่ยนการรับรู้รายได้เป็นเมื่อโอน จากเดิมที่รับรู้รายได้จาก 3 ทาง
สำหรับอีกกลุ่มคือ กลุ่มธุรกิจค้าปลีก ห้างสรรพสินค้า ร้านสะดวกซื้อและร้านหนังสือ ที่ทางฝ่ายการตลาดใช้กลยุทธ์แต้มสะสมเพื่อให้ลูกค้าใช้สิทธิซื้อในอนาคต ต่อจากนี้ไปต้องประมาณการหนี้ล่วงหน้าจากแต้มสะสมเพื่อสะท้อนรายได้ที่แท้จริง จากเดิมถือเป็นการรับรู้รายได้ล่วงหน้าแล้วร้อยเปอร์เซ็นต์
ทั้งนี้ การประมาณการหนี้ล่วงหน้าจะมีผลกระทบกับกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งมีผลต่อเนื่องจากการจ่ายปันผล แต่ถือเป็นเรื่องดี เพราะต่อจากนี้บริษัทจดทะเบียนจะได้จ่ายปันผลไม่ฟุ่มเฟือย
“อยากให้นักลงทุนเข้าใจว่ามาตรฐานบัญชีใหม่นี้ แม้มีผลกับกำไรสุทธิบริษัทลดลงไปบ้าง แต่จะสะท้อนตัวบริษัทได้จริง และไม่กระทบกับสถานะทางการเงินหรือกระแสเงินสดแต่อย่างใด”
นายวรศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้ช่วงเวลา 6 เดือนที่เหลือก่อนจะประกาศใช้มาตรฐานบัญชีใหม่ ให้ผู้สอบบัญชีบริษัทที่ไม่ใช่มหาชนได้สื่อสารถึงการต้องปรับเปลี่ยนบัญชี เพราะ IFRS มีผลบังคับใช้กับทุกบริษัท







