
ลาวเร่งพัฒนาตลาดหุ้น ใครเข้ามาก่อนได้ก่อน
วันคำ วอระวง เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว (LSX) คนใหม่ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะตลอดชีวิตของการทำงานรวมประมาณ 33 ปี อยู่ที่ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (BCEL)เพียงแห่งเดียว นับตั้งแต่เรียนจบมาและไต่เต้าตั้งแต่พนักงานเล็กๆ จนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการของธนาคารแห่งนี้มาประมาณ 3 ปี
วันคำ วอระวง เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์ลาว (LSX) คนใหม่ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ถือว่าเป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะตลอดชีวิตของการทำงานรวมประมาณ 33 ปี อยู่ที่ธนาคารการค้าต่างประเทศลาว มหาชน (BCEL)เพียงแห่งเดียว นับตั้งแต่เรียนจบมาและไต่เต้าตั้งแต่พนักงานเล็กๆ จนขึ้นมาเป็นผู้อำนวยการของธนาคารแห่งนี้มาประมาณ 3 ปี
ผู้อำนวยการใหญ่ LSX ให้สัมภาษณ์ว่า ไม่ใช่ว่าไม่เคยรู้เรื่องตลาดทุนเลย ในฐานะที่ BCEL เป็น 1 ใน 4 บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ลาว จึงพอรู้กฎเกณฑ์มาบ้าง และเคยเข้าร่วมงานสัมมนาอบรมหลักสูตรต่างๆ รวมถึงเรียนจบปริญญาโทเกี่ยวกับการบริหารการเงินสากล ก็มีการเรียนเกี่ยวกับตลาดทุนด้วย ทำให้มองเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดหุ้นลาวอีกมาก
ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของ สปป.ลาว พึ่งพาสินเชื่อจากระบบธนาคารเกือบทั้งหมด มีภาระดอกเบี้ยเงินกู้สูงมาก ประมาณ 10-11% ต่อปี หากมาใช้ตลาดทุนจะช่วยลดต้นทุนการเงินได้มาก และสามารถระดมเงินก้อนใหญ่ได้ไม่ยากนัก สามารถนำไปขยายธุรกิจได้รวดเร็ว เพราะหากยังคงใช้ตลาดเงินอยู่ การกู้จากธนาคาร 30 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 1,000 ล้านบาท ก็ถือว่าเยอะมาก ไม่เหมือนการระดมทุนจากตลาดหุ้นที่เม็ดเงินขนาดนี้ไม่ถือว่ามากนัก
ขณะเดียวกันใน สปป.ลาว ก็มีบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมจำนวนมาก แม้ว่าระบบบัญชียังไม่ได้มาตรฐานสากลมากนัก และจะต้องใช้เวลาในการปรับปรุงก่อนที่จะนำหุ้นเข้าตลาดหลักทรัพย์ ขณะเดียวกันหลายบริษัท หลายธุรกิจก็ยังต้องการผู้ร่วมทุน โดยเฉพาะนักลงทุนไทยซึ่งเดินทางไปมาสะดวกกว่าการออกไปลงทุนในอาเซียนประเทศอื่น และมีภาษา วัฒนธรรมใกล้เคียงกัน
นอกจากนั้น ก็ยอมรับว่าตลาดหลักทรัพย์ลาวยังจะต้องผ่อนปรนกฎเกณฑ์อีกหลายเรื่อง และทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์กลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทย อย่างใกล้ชิด เพราะการเติบโตจะไม่สามารถเดินหน้าไปได้โดยลำพัง จะต้องเดินไปพร้อมๆ กับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อที่จะให้ตลาดบรรลุเป้าหมาย เช่น ตามแผนระยะยาว 5 ปี จนถึงปี 2563 คาดว่าจะมีบริษัทเข้ามาอย่างน้อย 25 บริษัท ส่วนตัวอยากได้สักประมาณ 5 บริษัทในช่วง 2 ปีนี้ ตอนนี้เท่าที่ทราบปี 2558 จะมี 2 บริษัท คือ สุวันนี วัสดุก่อสร้าง จะเข้ามาในไตรมาส 3 และสิดทิ โลจิสติก ส่วนปี 2559 น่าจะมีบริษัทใหม่ประมาณ 3-4 บริษัท
ที่ผ่านมาตลาดหลัก ทรัพย์ลาวมีการปรับปรุงแล้วหลายเรื่อง เปิดให้นักลงทุนสามารถซื้อขายออนไลน์แบบเรียลไทม์ได้แล้ว ที่บ้านก็ได้ แต่ก่อนจะเปิดให้ซื้อขายวันละ 6 ครั้ง/วัน คือทุกๆ ครึ่งชั่วโมงราคาซื้อและขายจะสรุปกันครั้งหนึ่ง ทำให้ไม่เกิดสภาพคล่องในการซื้อขายนอกจากนั้นรัฐบาลให้การส่งเสริมการเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นอย่างมาก โดยการลดภาษีนิติบุคคลให้ 5% จากเดิมต้องจ่าย 24% ก็ลงมาเหลือ 19% เป็นเวลา 5 ปี รวมถึงการยกเว้นภาษีจากเงินปันผลและกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์ให้ด้วย
นอกจากนั้น เราจะต้องหารือกับตลาด หลักทรัพย์ไทยหลายเรื่อง อาทิ การจดทะเบียนสองตลาด หรือเรียกว่า ดูโอลิสติ้ง แทนที่จะให้บริษัทของลาวเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย ก็อาจจะกำหนดให้ธุรกิจไทยที่ทำการค้าขายอยู่ในลาวจะต้องแบ่งหุุ้นบางส่วนเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นลาวด้วยเพื่อให้นักลงทุนมีโอกาสได้ลงทุนมากขึ้น โดยทั้งสองตลาดจะต้องหารือเรื่องการแบ่งค่าธรรมเนียมกันก่อน ส่วนเรื่องการขยายเวลาซื้อขายหุ้นก็ต้องคิดเหมือนกันให้เวลาเปิด-ปิดใกล้เคียงกับตลาดหุ้นไทย จากปัจจุบันตลาดหุ้นลาว เปิดซื้อขายตั้งแต่ 08.30-11.30 น. เท่านั้น
สำหรับข้อดีของตลาดหุ้นลาวในปัจจุบันก็มีหลายเรื่องที่สำคัญ บริษัทจดทะเบียนจ่ายเงินปันผลค่อนข้างดี เช่น บริษัท ผลิต-ไฟฟ้าลาว มหาชน (EDL-Gen) ให้อัตราผลตอบแทนปันผลประมาณ
10-12% ซึ่งยังไม่รวมกำไรจากส่วนต่างราคาหุ้น บริษัทเข้าตลาดมา 4 ปี ราคาเคยอยู่ที่ 4,300 กีบ ตอนนี้มาอยู่ที่ 7,000 กีบ สะท้อนว่าหุ้นลาวเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว ทั้งนี้เงินปันผลที่ดีน่าจะจูงใจให้คนลาวที่นิยมฝากเงินกับธนาคารเพียงอย่างเดียวหันเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นบ้าง รวมถึงดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามามากขึ้นเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันนักลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนการลงทุนมากกว่าคนลาว โดยเป็นคนไทยมากที่สุด
ปัจจุบันธนาคารกรุงเทพมองเห็นโอกาสในตลาดหุ้นลาว เข้ามาตั้งเป็นคัสโตเดี้ยนแล้วซึ่งจะช่วยให้เกณฑ์เรื่องนักลงทุนจะต้องวางเงินเป็นหลักประกันก่อนสั่งซื้อหุ้น สามารถผ่อนคลายลงได้ในอนาคต เป็นไปได้ว่านักลงทุนสถาบันอาจจะไม่จำเป็นต้องวางเงินมัดจำก่อนก็ได้ทำให้กลไกตลาดทำงานได้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
“อนาคตของตลาดหุ้นลาว เราจะดูว่าจะทำอย่างไรให้ วิน-วิน ทุกฝ่าย และลาวกำลังพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ลาวน่าสนใจเข้ามาลงทุน เพราะมีเสถียรภาพทางด้านการเมืองและอัตราแลกเปลี่ยน ที่สำคัญการเป็นตลาดเปิดใหม่ สำหรับการพัฒนาตลาดหลัก ทรัพย์ลาว ส่วนตัวก็ต้องการให้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องออกแรงเพิ่มมากขึ้น แต่มองเห็นโอกาสไปได้อีกไกลตลาดเพิ่งเปิดมาแค่ 4-5 ปี เปรียบเหมือนกับคน 5 ขวบ ก็ยังโตไม่มาก หลังจากนั้นก็จะโตเร็วมาก หากใครเข้ามาก่อนก็จะได้ประโยชน์ก่อนคาดว่าเมื่อถึงปี 2563 ตลาดมีหุ้นจำนวนมากขึ้นก็จะมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น” วันคำ กล่าว







