
ทิศทางค่าเงิน รอการแถลงตัวเลขเศรษฐกิจ
ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.30-33.60 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งความผันผวนจะปรับลดลงบ้าง เนื่องจากประเด็นสำคัญในตลาดการเงินส่วนใหญ่ได้คลี่คลายไปแล้วในช่วงก่อนหน้า และสัปดาห์นี้โดยรวมจะเป็นสัปดาห์ของการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคมากกว่า
ในสัปดาห์นี้สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 33.30-33.60 บาท/เหรียญสหรัฐ ซึ่งความผันผวนจะปรับลดลงบ้าง เนื่องจากประเด็นสำคัญในตลาดการเงินส่วนใหญ่ได้คลี่คลายไปแล้วในช่วงก่อนหน้า และสัปดาห์นี้โดยรวมจะเป็นสัปดาห์ของการรายงานข้อมูลเศรษฐกิจมหภาคมากกว่า
สำหรับตัวเลขจากไทยนั้น จะเป็นการรายงานตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือนที่ 4 ของปี หลังจากที่ตัวเลขทั้ง 3 เดือนแรกนั้นออกมาติดลบต่อเนื่อง การประมาณการของนักวิเคราะห์โดยรวม มองว่าการส่งออกจะออกมาหดตัวต่อเนื่องในเดือน เม.ย. โดยหดตัว 3.3% จากระยะเดียวกันปีก่อน และน่าจะเห็นการขาดดุลการค้าที่ประมาณ 650 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นประเด็นที่กดดันการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
ในรอบ 3 เดือนแรกของปีนั้น มูลค่าของการส่งออกไทยเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 1.78 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยหากต้องการให้ส่งออกโตได้ในปี 2015 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา เราควรต้องเห็นมูลค่าการส่งออกที่อย่างน้อยเดือนละ 19.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในอีก 9 เดือนต่อจากนี้ไป ซึ่งเรามองว่าอาจเป็นไปได้ยากในภาพเศรษฐกิจเช่นนี้ และท่ามกลางการชะลอลงของคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดอย่างจีน ส่วนประเด็นจากตลาดโลกนั้น โดยรวมมาจากสหรัฐ ซึ่งจะมีการรายงานตัวเศรษฐกิจ อาทิ ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ดัชนีราคาบ้านจาก S&P/Case-Shiller ยอดขายบ้านใหม่และสัญญาจองบ้าน รวมถึงดัชนีความ
เชื่อมั่นผู้บริโภคด้วย
สำหรับสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 33.42 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยตลาดจับตารอดูการรายงานตัวเลข GDP ของไทย สำหรับไตรมาสแรก ปี 2015 ซึ่งตัวเลขที่ออกมานั้นถือว่าดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์เอาไว้ โดยสามารถขยายตัวได้เล็กน้อยที่ 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ทั้งๆ ที่นักวิเคราะห์มองว่าน่าจะเห็นการขยายตัวแบบติดลบ ตัวเลขที่ออกมาดีกว่าความคาดหมาย หนุนให้เกิดแรงซื้อกลับค่าเงินบาทได้เล็กน้อย
อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจจะเห็นการขยายตัวได้บ้าง แต่ลักษณะของตัวเลขที่ออกมานั้น เป็นการสะท้อนถึงโมเมนตัมที่ชะลอลง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงของเศรษฐกิจที่ถึงแม้จะมีการฟื้นตัว แต่ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้าเท่านั้น
ทั้งนี้ เงินบาทในสัปดาห์นี้เห็นเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น แต่มีกรอบที่กว้างกว่าปกติระหว่าง 33.31-33.65 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เงินบาทยืนได้นิ่งมากขึ้นนั้น เป็นเพราะตัวเลขสหรัฐที่ออกมาแสดงสัญญาณชะลอลงต่อเนื่อง ลดความต้องการถือเงินเหรียญสหรัฐลงบ้าง หลังจากที่แข็งค่าขึ้นไปมากในช่วงก่อนหน้า ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทนั้นเคลื่อนไหวอยู่ที่ 33.34 (ณ วันศุกร์ 17.30 น.)
ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.144 หลังจากปรับแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 3 เดือนที่ระดับ 1.1450 ในสัปดาห์ก่อน ตามการโน้มอ่อนค่าของเหรียญสหรัฐที่เป็นไปตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาแย่กว่าคาดการณ์ อย่างไรก็ดีช่วงกลางสัปดาห์เงินยูโรกลับมาอ่อนค่าอีกครั้ง เนื่องจากนักลงทุนกลับมาวิตกกังวลเรื่องแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซกับเจ้าหนี้ยูโรกรุ๊ป และแรงกดดันที่ผู้บริหารธนาคารกลางยุโรปกล่าวว่าจะเร่งเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. เพื่อรักษาปริมาณการเข้าซื้อให้เป็นตามเป้า 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน ซึ่งกดดันค่าเงินยูโรอ่อนลงปิดตลาดที่ 1.1156 (ณ วันศุกร์)
ค่าเงินเยนเปิดตลาดที่ระดับ 119.25 เงินเยนปรับอ่อนค่าตามการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ ถึงแม้ว่าจีดีพีไตรมาส 1/15 ของญี่ปุ่นที่ออกมาดีกว่าคาดที่ 2.4% (หลังปรับฤดูกาล) เมื่อเทียบไตรมาสที่แล้วที่ขยายตัวเพียง 1.1% (ตลาดคาดขยายตัว 1.6%) ช่วงกลางสัปดาห์ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวไปแตะระดับที่สูงที่สุดในรอบ 2 เดือนที่ 121.4 ช่วงท้ายสัปดาห์ ค่าเงินเยนโน้มแข็งค่าขึ้น เคลื่อนไหวระดับ 120.79 (ณ วันศุกร์)







