
วิธีสร้างสภาพคล่อง SET50 Options
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)
ด้วยหน้าที่หลักของ Market Maker คือการเสนอราคาซื้อ และราคาขาย Options ทำให้มี Bid/Offer ปรากฏอยู่บนกระดานซื้อขายเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจว่าจะเคาะที่ราคาดังกล่าวหรือไม่ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น ในครั้งนี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสร้างสภาพคล่องของ Market Maker ในออปชั่นว่าทำให้การซื้อขายปรับเพิ่มสูงขึ้นเกินเท่าตัวได้อย่างไรกันนะครับ
Market Maker (มาร์เก็ตเมกเกอร์) หรือที่เรียกอีกชื่อ “ผู้ดูแลสภาพคล่อง” เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้กับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เพิ่งเริ่มซื้อขายหรือสินค้าที่มีผู้เข้ามาซื้อขายไม่มาก เนื่องจากหน้าที่หลักของ Market Maker คือการเสนอราคาซื้อ ขาย ให้ปรากฏอยู่บนกระดานซื้อขายซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเคาะซื้อขายได้ตามต้องการ
มักมีข้อสงสัยว่า ราคาที่ Market Maker เสนอซื้อขายจะถูกหรือแพงเกินไปหรือไม่ คำตอบคือ ราคาที่ Market Maker จะมีระดับใกล้เคียงกับราคาตลาดที่ควรจะเป็น ณ ช่วงเวลานั้นๆ เนื่องจาก Market Maker ต้องเสนอราคาตามเงื่อนไขที่ตลาดกำหนดซึ่งจะมีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะมีระยะห่างของราคาเสนอซื้อ เสนอขาย (Bid-Ask Spread) เป็นค่าเท่าไร
ดังนั้น หาก Market Maker ตั้งราคาเสนอซื้อต่ำๆ จะส่งให้ราคาเสนอขายภายใต้ Bid-Ask Spread ที่กำหนด ก็จะมีราคาต่ำลงมาด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็จะมีคนมาเคาะราคาขายดังกล่าวไป หรือในทางกลับกัน หาก Market Maker ตั้งราคาสูงเกินไป เช่น ตั้งราคาสูงมากๆ ก็จะทำให้ราคาเสนอซื้อภายใต้กรอบของ Bid-Ask Spread ที่กำหนดก็จะมีระดับสูงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผู้ลงทุนที่อยากจะขายก็สามารถเคาะราคาซื้อดังกล่าวได้
สำหรับตลาด TFEX มีการกำหนดเงื่อนไขของการทำหน้าที่ Market Maker ใน Options สำหรับสัญญาที่ครบกำหนดอายุเดือนไตรมาส อันได้แก่ สัญญา เดือน มี.ค., มิ.ย., ก.ย. และ ธ.ค. และเลือกให้ดูแลสภาพคล่องสำหรับ Series ที่มีคนใช้งานเป็นส่วนใหญ่ จำนวน 5 Series อันได้แก่ Series ที่มีราคาใช้สิทธิที่อยู่ระดับเดียวกับดัชนี SET50 (หรือที่เรียกว่า At-The-Money Options) Series ที่มีราคาใช้สิทธิสูงกว่าดัชนี SET50 อีก 2 Series และอีก Series ที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าดัชนี SET50 อีก 2 Series ของทั้ง Call Options และ Put Options ทำให้ผู้ลงทุนจะเห็นราคาเสนอซื้อเสนอขายของ Call Options และ Put Options จำนวนทั้งหมด 10 Series ให้ตัดสินใจเคาะซื้อเคาะขาย
นอกจากเรื่องความกว้างของราคาที่กำหนดในรูปแบบ Bid-Ask Spread แล้ว ตลาด TFEX ยังกำหนดด้วยว่าราคาเสนอซื้อเสนอขายที่อยู่บนกระดานให้ผู้ลงทุนตัดสินใจต้องมีจำนวนมากพอ โดยจะกำหนดจำนวนขั้นต่ำที่ Market Maker ต้องเสนอให้ผู้ลงทุนรวมทั้งต้องดำรงไว้บนกระดานจะช่วยการันตีได้ว่าผู้ลงทุนที่สนใจซื้อขายจะยังมีจำนวนสัญญาให้เคาะอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากหากคำเสนอซื้อเสนอขายมีการถูกจับคู่ไป Market Maker จะทำการเติมคำเสนอด้านดังกล่าวมาเพิ่มเติมเพื่อให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าที่ตลาดกำหนด
อย่างเช่น ถ้ากำหนดปริมาณขั้นต่ำไว้ที่ 10 สัญญา Market Maker ก็ต้องคอยดูว่า คำเสนอของตนยังอยู่ในระดับเกินกว่า 10 สัญญา ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายหรือเปล่า หากต่ำกว่านั้นเพราะโดนเคาะไปแล้ว ก็ต้องรีบเติมคำเสนอดังกล่าวเข้าไปในกระดาน เพื่อรักษาหน้าที่ตามที่กำหนด
ในการประเมินการทำหน้าที่ของ Market Maker จะพิจารณาทั้งเงื่อนไขในเรื่อง Bid-Ask Spread และปริมาณที่อยู่บนกระดานซื้อขายที่ต้องมากกว่าระดับขั้นต่ำที่กำหนด โดยรวมคำนวณเวลาที่มีคำเสนอซื้อเสนอขายที่มีผ่านคุณสมบัติทั้งสองเรื่องนี้ว่ามีสัดส่วนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเวลาซื้อขายทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่า Market Maker รายนั้นๆ ปฏิบัติหน้าที่ผ่านหรือไม่
ภายใต้หลักการนี้จะเห็นได้ว่า Market Maker ไม่ได้เป็นผู้ที่เข้ามาเคาะราคาเพื่อทำราคาอย่างที่หลายๆ ท่านกังวล แต่กลับเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยให้มีราคาอยู่บนกระดาน ในระดับราคาที่ไม่แพงหรือถูกจนเกินไป อีกทั้งยังมีจำนวนให้เคาะอยู่ตลอดเวลาการซื้อขาย จึงทำให้ Market Maker เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การซื้อขายสินค้าต่างๆ มีสภาพคล่อง
สำหรับผู้ที่สนใจต้องการทราบรายละเอียดว่า เงื่อนไขการทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่องของ Options เป็นอย่างไร มี Bid-Ask Spread เป็นเท่าไร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ ร่วมทั้งรายชื่อของ Market Maker ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันได้ที่ www.tfex.co.th นะครับ







