posttoday
วิธีสร้างสภาพคล่อง SET50 Options

วิธีสร้างสภาพคล่อง SET50 Options

22 พฤษภาคม 2558

โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

โดย...บริษัท ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (ประเทศไทย)

ด้วยหน้าที่หลักของ Market Maker คือการเสนอราคาซื้อ และราคาขาย Options ทำให้มี Bid/Offer ปรากฏอยู่บนกระดานซื้อขายเพื่อให้ผู้ลงทุนสามารถตัดสินใจว่าจะเคาะที่ราคาดังกล่าวหรือไม่ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายเพิ่มมากขึ้น ในครั้งนี้ คอลัมน์นัดพบ TFEX ขอนำรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสร้างสภาพคล่องของ Market Maker ในออปชั่นว่าทำให้การซื้อขายปรับเพิ่มสูงขึ้นเกินเท่าตัวได้อย่างไรกันนะครับ

Market Maker (มาร์เก็ตเมกเกอร์) หรือที่เรียกอีกชื่อ “ผู้ดูแลสภาพคล่อง” เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความสำเร็จให้กับสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสินค้าที่เพิ่งเริ่มซื้อขายหรือสินค้าที่มีผู้เข้ามาซื้อขายไม่มาก เนื่องจากหน้าที่หลักของ Market Maker คือการเสนอราคาซื้อ ขาย ให้ปรากฏอยู่บนกระดานซื้อขายซึ่งจะช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเคาะซื้อขายได้ตามต้องการ

มักมีข้อสงสัยว่า ราคาที่ Market Maker เสนอซื้อขายจะถูกหรือแพงเกินไปหรือไม่ คำตอบคือ ราคาที่ Market Maker จะมีระดับใกล้เคียงกับราคาตลาดที่ควรจะเป็น ณ ช่วงเวลานั้นๆ เนื่องจาก Market Maker ต้องเสนอราคาตามเงื่อนไขที่ตลาดกำหนดซึ่งจะมีการระบุไว้ชัดเจนว่าจะมีระยะห่างของราคาเสนอซื้อ เสนอขาย (Bid-Ask Spread) เป็นค่าเท่าไร

ดังนั้น หาก Market Maker ตั้งราคาเสนอซื้อต่ำๆ จะส่งให้ราคาเสนอขายภายใต้ Bid-Ask Spread ที่กำหนด ก็จะมีราคาต่ำลงมาด้วย ซึ่งในกรณีนี้ก็จะมีคนมาเคาะราคาขายดังกล่าวไป หรือในทางกลับกัน หาก Market Maker ตั้งราคาสูงเกินไป เช่น ตั้งราคาสูงมากๆ ก็จะทำให้ราคาเสนอซื้อภายใต้กรอบของ Bid-Ask Spread ที่กำหนดก็จะมีระดับสูงด้วยเช่นกัน ส่งผลให้ผู้ลงทุนที่อยากจะขายก็สามารถเคาะราคาซื้อดังกล่าวได้

สำหรับตลาด TFEX มีการกำหนดเงื่อนไขของการทำหน้าที่ Market Maker ใน Options สำหรับสัญญาที่ครบกำหนดอายุเดือนไตรมาส อันได้แก่ สัญญา เดือน มี.ค., มิ.ย., ก.ย. และ ธ.ค. และเลือกให้ดูแลสภาพคล่องสำหรับ Series ที่มีคนใช้งานเป็นส่วนใหญ่ จำนวน 5 Series อันได้แก่ Series ที่มีราคาใช้สิทธิที่อยู่ระดับเดียวกับดัชนี SET50 (หรือที่เรียกว่า At-The-Money Options) Series ที่มีราคาใช้สิทธิสูงกว่าดัชนี SET50 อีก 2 Series และอีก Series ที่มีราคาใช้สิทธิต่ำกว่าดัชนี SET50 อีก 2 Series ของทั้ง Call Options และ Put Options ทำให้ผู้ลงทุนจะเห็นราคาเสนอซื้อเสนอขายของ Call Options และ Put Options จำนวนทั้งหมด 10 Series ให้ตัดสินใจเคาะซื้อเคาะขาย

นอกจากเรื่องความกว้างของราคาที่กำหนดในรูปแบบ Bid-Ask Spread แล้ว ตลาด TFEX ยังกำหนดด้วยว่าราคาเสนอซื้อเสนอขายที่อยู่บนกระดานให้ผู้ลงทุนตัดสินใจต้องมีจำนวนมากพอ โดยจะกำหนดจำนวนขั้นต่ำที่ Market Maker ต้องเสนอให้ผู้ลงทุนรวมทั้งต้องดำรงไว้บนกระดานจะช่วยการันตีได้ว่าผู้ลงทุนที่สนใจซื้อขายจะยังมีจำนวนสัญญาให้เคาะอยู่เรื่อยๆ เนื่องจากหากคำเสนอซื้อเสนอขายมีการถูกจับคู่ไป Market Maker จะทำการเติมคำเสนอด้านดังกล่าวมาเพิ่มเติมเพื่อให้มีจำนวนไม่น้อยกว่าที่ตลาดกำหนด

อย่างเช่น ถ้ากำหนดปริมาณขั้นต่ำไว้ที่ 10 สัญญา Market Maker ก็ต้องคอยดูว่า คำเสนอของตนยังอยู่ในระดับเกินกว่า 10 สัญญา ทั้งฝั่งซื้อและฝั่งขายหรือเปล่า หากต่ำกว่านั้นเพราะโดนเคาะไปแล้ว ก็ต้องรีบเติมคำเสนอดังกล่าวเข้าไปในกระดาน เพื่อรักษาหน้าที่ตามที่กำหนด

ในการประเมินการทำหน้าที่ของ Market Maker จะพิจารณาทั้งเงื่อนไขในเรื่อง Bid-Ask Spread และปริมาณที่อยู่บนกระดานซื้อขายที่ต้องมากกว่าระดับขั้นต่ำที่กำหนด โดยรวมคำนวณเวลาที่มีคำเสนอซื้อเสนอขายที่มีผ่านคุณสมบัติทั้งสองเรื่องนี้ว่ามีสัดส่วนเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของเวลาซื้อขายทั้งหมด เพื่อพิจารณาว่า Market Maker รายนั้นๆ ปฏิบัติหน้าที่ผ่านหรือไม่

ภายใต้หลักการนี้จะเห็นได้ว่า Market Maker ไม่ได้เป็นผู้ที่เข้ามาเคาะราคาเพื่อทำราคาอย่างที่หลายๆ ท่านกังวล แต่กลับเป็นผู้ที่เข้ามาช่วยให้มีราคาอยู่บนกระดาน ในระดับราคาที่ไม่แพงหรือถูกจนเกินไป อีกทั้งยังมีจำนวนให้เคาะอยู่ตลอดเวลาการซื้อขาย จึงทำให้ Market Maker เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การซื้อขายสินค้าต่างๆ มีสภาพคล่อง

สำหรับผู้ที่สนใจต้องการทราบรายละเอียดว่า เงื่อนไขการทำหน้าที่ดูแลสภาพคล่องของ Options เป็นอย่างไร มี Bid-Ask Spread เป็นเท่าไร สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมต่างๆ ร่วมทั้งรายชื่อของ Market Maker ที่ทำหน้าที่ในปัจจุบันได้ที่ www.tfex.co.th นะครับ

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69