
ควอลคอมม์หวัง4จี ช่วยกระตุ้นไอทีปีนี้
โดย..ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย..ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
การก้าวเข้าสู่ยุค 4จี ที่แท้จริง อาจจะต้องรอให้เห็นเป็นรูปธรรม หลังเปิดการประมูลคลื่นอย่างเป็นทางการ แต่ปัจจุบันเทรนด์การใช้งานอุปกรณ์สื่อสารเชื่อมต่อบนเครือข่ายที่บอกว่าเป็น 4จี นั้น ก็ยังไม่ถือว่าเป็น 4จี อย่างเต็มที่ แต่เชื่อว่าหลังการใช้งานอย่างเป็นทางการ ในปี 2562 จะมีผู้ใช้งาน 4จี ทั่วโลกถึง 65%
แมนทอช มัลโฮตร้า ประธานประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์ อินคอร์ปอเรทเต็ด กล่าวว่า การเชื่อมต่อเครือข่ายเริ่มเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ถือว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ที่มีความนิยมอย่างมาก ซึ่งสมาร์ทโฟนก็กลายมาเป็นปัจจัยที่ 6 สำหรับชีวิตคนเราเช่นกัน
“จำนวนสมาร์ทโฟนบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มีกว่า 1,000 ล้านเครื่องในตลาด ได้ใช้งานชิปเซต สแนปดราก้อนของควอลคอมม์ โดยรุ่น MSM ที่วางจำหน่ายในปีที่ผ่านมา สามารถขายได้ถึง 861 ล้านชิ้นทั่วโลก นั่นแสดงให้เห็นว่าเราขายชิปเซตรุ่นนี้ได้วันละ 2 ล้านชิ้น ซึ่งทางจีเอฟเคเอง ได้คาดการณ์เทรนด์การเชื่อมต่อทั่วโลกไว้ว่า ภายในปี 2561 จะมีอัตราการเติบโตของการใช้งานดาต้าผ่านระบบ 3จี และ 4จี โดยมากกว่า 80% จะเป็นการเชื่อมต่อผ่านสมาร์ทโฟน” แมนทอช กล่าว
ขณะที่แนวโน้มหรือเทรนด์ ในอนาคต ไม่ได้มีแต่เพียงสมาร์ทโฟนที่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ยังมีนวัตกรรมต่างๆ อีกมากที่สามารถนำไปใช้ในธุรกิจอื่นๆ ได้ เช่น รถยนต์ เฮลท์แคร์ แวร์เอเบิล สมาร์ทซิตี้ สมาร์ทโฮม เป็นต้น
นอกจากนี้ ลูกค้ายังสามารถซื้อไลเซนส์ของชิปเซต เพื่อไปใช้พัฒนาชิ้นส่วนด้านต่างๆ เพิ่มเติมได้ เพื่อขยายศักยภาพของเทคโนโลยี 4จี ให้เข้าถึงทุกคนได้ในราคาที่ สมเหตุสมผล เพราะชิปเซตของ ควอลคอมม์รองรับการทำงานได้กับทุกระบบปฏิบัติการ (ยกเว้น iOS) ถือเป็นการส่งมอบเทคโนโลยีที่ดีให้แก่นักพัฒนา สามารถสร้าง สรรค์สินค้าใหม่ๆ ออกมาได้
สุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยีส์เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต้ถือว่ามีความน่าสนใจสำหรับการพัฒนา 4จี ยกตัวอย่างเช่น สิงคโปร์ที่มีการเติบโตดีที่สุด เพราะความพร้อมและภาครัฐใส่ใจด้านไอทีสูง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับทุกประเทศในภูมิภาคนี้ ประเทศไทยถือว่ามีศักยภาพและโอกาสเติบโตสูง เพราะนักพัฒนาเทคโนโลยี มีฝีมือและความสามารถสูง แต่ ติดปัญหาเรื่องภาษาและความ กล้าในการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งหากแก้ปัญหานี้ได้จะช่วยให้ ไทยเป็นประเทศที่มีโอกาสเติบโตมากที่สุด หากเทียบการเติบโตของ LTE ในไทย จากไตรมาสแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค. 2558) เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว มีการเติบโตของ 3จี และ 4จี เกือบ 2 เท่าตัว
“เราคาดว่าไตรมาส 4 ของ ปีนี้ จะมีการใช้งาน 4จี LTE มากขึ้น คาดว่าจะมีจำนวนเครื่องสูงถึง 16-18 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 30% จากปัจจัยราคาเครื่องที่ถูกลง ซึ่งปัจจุบันดีไวซ์ที่รองรับ 4จี ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 4,000 บาท แต่รุ่นที่เราจะนำเข้ามาตอบสนองตลาด จะมีต้นทุนต่อเครื่องไม่เกิน 2,000 บาท ทำให้ราคาขายไม่น่าจะเกิน 3,000 บาท ซึ่งต้องแล้วแต่ตัวแทนผู้นำเข้าว่าจะเปิดตัวในราคาเท่าไหร่ แต่เชื่อว่าจะช่วยให้ตลาด 4จีเข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม” สุวิทย์ กล่าว
สำหรับการประมูลคลื่นความถี่ที่จะมีภายในปีนี้ เชื่อว่าผู้ชนะต้องการนำคลื่นมาใช้ในเทคโนโลยี 4จี อย่างแน่นอน เห็นได้จากการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นแบรนด์ ดังจำนวนมาก ที่เตรียมพร้อม กระตุ้นตลาดด้วยการพัฒนาเครื่องเพื่อรองรับเทรนด์นี้ คาดว่าไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คึกคักแน่นอน และโอเปอเรเตอร์เองก็เริ่มทยอยนำเครื่องราคาระดับกลางมา ตอบสนองลูกค้าที่ต้องการใช้งาน 4จี บ้างแล้ว
ทั้งนี้ เทรนด์อินเทอร์เน็ต ออฟเอฟเวอรี่ติงค์ หรือ IOT ที่หลายฝ่ายยังมองว่าเป็นเรื่องของอนาคต แต่เริ่มมีสินค้าบางกลุ่มทยอยนำเข้ามาวางขายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็นอัจฉริยะ เครื่องซักผ้าอัจฉริยะ หรือการฝังชิปในตัวสัตว์ต่างๆ หลายคนอาจมองว่าเป็น เรื่องไกลตัว แต่เชื่อได้ว่าภายใน ปีนี้จะเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน







