posttoday
หนุนปั้นเขตนวัตกรรมพิเศษ

หนุนปั้นเขตนวัตกรรมพิเศษ

22 พฤษภาคม 2558

ทีดีอาร์ไอแนะทำเขตนวัตกรรมพิเศษ ชี้ดึงต่างด้าวทำงานเขตเศรษฐกิจขัดทิศทางพัฒนาชาติ

ทีดีอาร์ไอแนะทำเขตนวัตกรรมพิเศษ ชี้ดึงต่างด้าวทำงานเขตเศรษฐกิจขัดทิศทางพัฒนาชาติ

น.ส.เสาวรัจ รัตนคำฟู นักวิชาการอาวุโส สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า หากไทยต้องการเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ควรเปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเพื่อเป็นฐานการผลิตสินค้าและบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม หรือทำเขตเศรษฐกิจพิเศษให้กลายเป็นเขตนวัตกรรมพิเศษ (Special Innovation Zone หรือ SIZ) แทนที่จะใช้เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น

สำหรับการดำเนินการ ควรเน้นอุตสาหกรรมที่อยู่บนฐานความรู้(Knowledge-based Sector) เช่น ซอฟต์แวร์ การออกแบบ การวิจัยและพัฒนา สนับสนุนให้แรงงานมีทักษะสูงต่างชาติในบางวิชาชีพ เช่น โปรแกรมเมอร์ เข้ามาทำงานในไทยได้ง่าย ทดแทนการใช้แรงงานไร้ฝีมือจากต่างประเทศ

ขณะเดียวกัน ยังเห็นว่าสิทธิประโยชน์สูงสุดอย่างหนึ่งที่ภาครัฐให้แก่เขตเศรษฐกิจพิเศษ คืออนุญาตให้ใช้แรงงานต่างด้าวไร้ฝีมือในอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น เป็นการส่งสัญญาณที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศ เพราะนโยบายขณะนี้จะทำให้ไทยติดอยู่กับการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มต่ำ แต่ไทยต้องการหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งจำเป็นต้องยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันด้วยการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม

ทั้งนี้ การใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น มีแนวโน้มจะไม่ประสบความสำเร็จด้วย เพราะไทยมีอัตราค่าแรงสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน การส่งออกจากไทยไม่ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ไปยังตลาดหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป เหมือนประเทศเพื่อนบ้าน การศึกษาของทีดีอาร์ไอพบว่า ต้นทุนการผลิตเครื่องนุ่งห่มในไทยสูงกว่าลาวและกัมพูชาถึง 15%

“เขตเศรษฐกิจพิเศษเองไม่ได้แก้ปัญหาแรงงานต่างด้าว ตราบใดที่นโยบายแรงงานต่างด้าวระดับชาติยังไม่มีความชัดเจน และขาดการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง” น.ส.เสาวรัจ กล่าว

ขณะเดียวกัน เห็นว่านโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษปัจจุบัน ไม่ได้ออกแบบยุทธศาสตร์ให้ชัดเจนว่าจะช่วยเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร ดังนั้นไทยและประเทศเพื่อนบ้านจำเป็นต้องหารือร่วมกัน

น.ส.เสาวรัจ กล่าวอีกว่า ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาจังหวัดชายแดนในฐานะประตูสู่ประเทศเพื่อนบ้าน โดยต้องเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น ถนน ปรับปรุงด่านชายแดนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รองรับการขนส่งสินค้าผ่านแดนจำนวนมากได้ แยกด่านตรวจคนเข้าเมืองและด่านตรวจสินค้าให้ชัดเจน รวมถึงควรสร้างศูนย์บริการเบ็ดเสร็จเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน

“เราต้องส่งเสริมกิจกรรมที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจแก่คนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมบริการทางการค้าชายแดนที่สำคัญ เช่น การจัดตั้งศูนย์โลจิสติกส์กระจายสินค้า เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านในพื้นที่ที่มีมูลค่าการค้าชายแดนสูง และการส่งเสริมอุตสาหกรรมที่นำเข้าวัตถุดิบจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อนำมาแปรรูปเป็นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ใช้สิทธิประโยชน์จากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน” น.ส.เสาวรัจ แนะนำ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ