
หุ้นปิดร่วง5.31จุด
หุ้นปิดตลาดที่ระดับ 799.09 จุด ลดลง 5.31 จุด หรือ 0.66% มูลค่าการซื้อขาย 22,855.36 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีลงต่ำสุดที่ 794.68 จุด และแตะสูงสุดที่ 804.45 จุด
หุ้นปิดตลาดที่ระดับ 799.09 จุด ลดลง 5.31 จุด หรือ 0.66% มูลค่าการซื้อขาย 22,855.36 ล้านบาท โดยระหว่างวันดัชนีลงต่ำสุดที่ 794.68 จุด และแตะสูงสุดที่ 804.45 จุด
นายพงศ์ภัทร สิริพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงไปในทิศทางเดียวกับหุ้นเอเชีย จากปัจจัยลบด้านจิตวิทยาที่ธนาคารของจีนแห่งหนึ่งจะขายหุ้นไอพีโอเพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ประมาณ 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้สภาพคล่องของตลาดทุนในเอเชียตึงตัว โดยกังวลว่าจะมีการขายหุ้นออกเพื่อไปจองซื้อหุ้นในวันที่ 6 ก.ค.นี้
ขณะเดียวกันนักวิเคราะห์หลักทรัพย์อีกราย มองว่า ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงถ้วหน้าหลังจากกังวลว่านโยบายลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาริมทรัพย์และวิกฤตหนี้ในภูมิภาคยุโรปอาจทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนชะลอลง
นายพงศ์ภัทร กล่าวว่า นอกเหนือจากประเด็นของจีนแล้ว ตลาดหุ้นยุโรปก็ปรับตัวลดลงความกังวลว่าธนาคารพาณิชย์จะคืนเงินกู้ธนาคารกลางในวันพฤหัสบดีนี้ อาจทำให้สภาพคล่องในยุโรปตึงตัวลงเช่นกัน ส่วนกรณีมูดี้ส์ปรับลดประกาศปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือสกุลเงินบาทของ ปตท. (Local Currency Issuer Rating) และอันดับความน่าเชื่อถือตราสารหนี้ระยะยาวสกุลต่างประเทศ (Foreign Currency Bond Rating) จากระดับ A2 สู่ระดับ A3 และคงอันดับความน่าเชื่อถือสกุลต่างประเทศของบริษัท (Foreign Currency Issuer Rating) ไว้ที่ระดับ A3 และคงแนวโน้มเชิงลบ (negative outlook) ไว้เช่นเดียวกับของประเทศไทยนั้นมองว่ามีผลต่อตลาดหุ้นไม่มากนัก
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นวันพรุ่งนี้ยังไม่ค่อยดีนักจากปัจจัยดังกล่าว แต่ตลาดก็ทยอยรับรู้ข่าวลบบ้างแล้ว จึงแนะนำให้ซื้อเมื่อดัชนีอ่อนลงแตะ 786-783 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 804 จุด







