
รีไฟแนนซ์รถ
โดย...ชัตน์วรี
โดย...ชัตน์วรี
ในยามที่เราเดือดร้อนต้องการเงินด่วน ไม่มีทรัพย์สินที่จะไปจำนำ หรือมีภาระหนี้สินมากไม่สามารถที่จะกู้เงินใหม่ได้ แต่ถ้ามีรถยนต์สามารถที่จะนำมารีไฟแนนซ์หนี้ "เปลี่ยนรถเป็นเงิน"
การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การที่ผู้เช่าซื้อรถได้ทำการกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปใช้คืนเงินกู้ก้อนเก่า โดยผู้เช่าซื้อรถอาจได้รับประโยชน์ที่ดีกว่าจากเงินกู้ก้อนใหม่ เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง หรือต้องการเงินส่วนต่างมาใช้ ลดภาระการผ่อนชำระต่องวดให้ลดลง แต่การรีไฟแนนซ์จะต้องคำนึงด้วยว่า ส่วนต่างจากดอกเบี้ยที่ลดลง เช่น เมื่อนำค่างวดเก่ามาหักจากค่างวดใหม่ คุ้มกับค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในการรีไฟแนนซ์หรือไม่
ลักษณะของการรีไฟแนนซ์แบบใหญ่ๆ มีดังนี้
1.กรณียังไม่มีเล่มทะเบียน คือ อยู่ระหว่างผ่อนชำระ ต้องการรีไฟแนนซ์ซึ่งทำให้สองลักษณะคือ รีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิม ข้อดี กรณีเรามีประวัติผ่อนชำระดี การรีไฟแนนซ์ที่เดิมอาจจะผ่านง่ายกว่าที่ใหม่ ไม่ต้องเสียค่าโอนย้ายกรรมสิทธิ์ ข้อเสีย หากต้องการใช้ธนาคารเดิมบางครั้งอาจจะไม่ได้ยอดจัดที่สูงที่สุดและดอกเบี้ยที่ดีที่สุด ส่วนการรีไฟแนนซ์กับธนาคารใหม่ อาจจะได้ยอดจัดหรือดอกเบี้ยถูกกว่าที่เดิม แต่ต้องจ่ายค่าโอนกรรมสิทธิ์ใหม่ ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
2.กรณีมีเล่มทะเบียนเรียบร้อย หรือชำระหมดแล้ว สามารถทำได้สองลักษณะ คือ
- จำนำทะเบียน คือ นำเล่มทะเบียนไปวางค้ำประกันไว้แล้วขอกู้เงินโดยไม่ต้องเปลี่ยนชื่อในเล่ม
- รีไฟแนนซ์ มีเล่มทะเบียนแล้ว ต้องการเงินกู้จากธนาคารโดยยอมเปลี่ยนชื่อในเล่มทะเบียน ก็คือการทำไฟแนนซ์ใหม่
มีคำถามว่าควรจะทำแบบโอนเล่ม (รีไฟแนนซ์) หรือไม่โอนเล่ม (จำนำทะเบียน) ดีกว่ากัน
กรณีมีเล่มแล้ว การจำนำทะเบียน (ไม่โอนเล่ม) ก็ดีตรงที่ชื่อยังเป็นชื่อเรา แต่ก็ต้องนำเล่มไปให้ธนาคารเก็บไว้ อัตราดอกเบี้ยต่อปีจะสูงกว่ากรณีโอนเล่ม เนื่องจากธนาคารถือว่าการโอนเล่ม ทำให้ธนาคารมีหลักประกันเงินกู้ ดังนั้นการรีไฟแนนซ์แบบไม่เปลี่ยนชื่อ หรือวางเล่มทะเบียนนั้น คิดอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก (Effective Rate) อยู่ที่ 6.6% ต่อปี (ไม่มีต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) แต่ถ้าเทียบกับดอกเบี้ยแบบผ่อนรถ (Flat Rate) แล้วจะแพงกว่ากันเป็นเท่าตัว แนะนำถ้าไม่ซีเรียส โอนชื่อเป็นของธนาคาร







