
เปิดทำเลเด่นอาเซียน นักลงทุนแห่ผุดโรงแรม
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
โดย...จารุพันธ์ จิระรัชนิรมย์
จากการประชุมการลงทุนโรงแรมเอเชียแปซิฟิก ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมดุสิตธานี วันที่ 19-20 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีการเสนอข้อมูลว่าปีที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางทั่วโลก 1,138 ล้านคน เพิ่ม 4.7% จากปี 2556 สร้างรายได้ 1.24 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่ม 4.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่เอเชียแปซิฟิกสูงสุด 30% สะท้อนความสำคัญของการท่องเที่ยวเอเชียแปซิฟิกที่มีต่อโลก ทำให้เป็นเป้าหมายลงทุนในธุรกิจโรงแรมที่สำคัญ เมื่อเจาะลึกไปอีกพบว่าอาเซียนคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่นักลงทุนหมายตาอยากเข้ามาลงทุนมากที่สุด
พรีวินดรัน ซิงกี้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีริน พร็อพเพอร์ตี้ บริษัทนายหน้าซื้อขายอสังหาริมทรัพย์จากมาเลเซีย เปิดเผยว่า หากให้เลือกประเทศที่น่าลงทุนที่สุดในอาเซียน อันดับ 1 สิงคโปร์ เพราะระบบสาธารณูปโภคพร้อม แต่ข้อจำกัดคือเริ่มหาพื้นที่ลงทุนหายาก อันดับ 2 น่าลงทุนใกล้เคียงกัน 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
สำหรับไทยโดดเด่นด้านระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ที่สำคัญนักท่องเที่ยวทั่วโลกชื่นชอบไทย โดยเฉพาะเอกลักษณ์ความเป็นไทย ที่ผ่านมาบริษัทมีลูกค้าทั่วโลกสนใจซื้อโรงแรมในไทยมากโดยเฉพาะจากเอเชีย แต่ก็หาซื้อโรงแรมไม่ง่าย พื้นที่ที่ความสนใจสูงคือ กรุงเทพฯ พัทยา และภูเก็ต
รัสตอม วิคเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ดุสิต อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า 3 ประเทศในอาเซียนที่น่าลงทุนโรงแรมที่สุด คือ ฟิลิปปินส์ เพราะธรรมชาติสวยงาม ดุสิตฯ มีโรงแรมในฟิลิปปินส์ก็ทำผลงานได้ดี ตลาดต่างชาติมีความต้องการสูง ทำให้เดินหน้าขยายโรงแรมในฟิลิปปินส์อีก ต่อมาคือ ไทย มีความปลอดภัย นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เดือนหน้าจะเซ็นสัญญารับบริหารโรงแรมใหม่ย่านสุขุมวิท ซอยนานา ใช้แบรนด์ดุสิต ดีทู และกำลังมองหาทำเลริมแม่น้ำเจ้าพระยาเปิดแบรนด์ดุสิต เดวาราณา อีกจุดหมายคือเมียนมาเพิ่งเปิดประเทศ การท่องเที่ยวมาแรง แต่ความเสี่ยงสูงเพราะที่ดินแพง ต้องรอดูนโยบายรัฐบาลใหม่หลังเลือกตั้ง
เย็นส์ โอ เรเชิรส รองประธานกรรมการฝ่ายพัฒนา ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โมเวนพิค โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ท กล่าวว่า อาเซียนเป็นจุดหมายที่ความต้องการเดินทางเข้มแข็ง โดยเฉพาะจากนักท่องเที่ยวจีนและอินเดีย โมเวนพิคจึงให้ความสำคัญขยายโรงแรมในภูมิภาคนี้ 5 ปีที่ผ่านมา มองว่าโรงแรมที่เจาะตลาดระดับบนยังมีช่องว่างให้โตได้อีก ปัจจุบันมีโรงแรมในเอเชีย 8 แห่ง อยู่ในไทย 4 แห่ง ที่สมุย ภูเก็ต และล่าสุดเพิ่งเปิดในกรุงเทพฯ ที่สุขุมวิท ซอย 15 นอกจากนั้นอยู่ที่สิงคโปร์ เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และจีน ตั้งเป้ามีโมเวนพิคในไทย 8-10 แห่งปีหน้า
เอียน เลียน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซี แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ส บริษัทลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ กล่าวว่า 3 จุดหมายในอาเซียนที่น่าลงทุนมากสุดคือ ไทย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่มีทุกอย่างเพียบพร้อมทั้งอาหาร ช็อปปิ้ง วัฒนธรรม สนามบิน บุคลากรที่ให้บริการ ราคาคุ้มค่าเงิน ที่สำคัญมีจุดภูมิศาสตร์ใจกลางภูมิภาค
ด้านสิงคโปร์เป็นประเทศที่ปลอดภัย ระบบโครงสร้างพื้นฐานดีพร้อมรับนักลงทุนทุกอย่าง การขอใบอนุญาตต่างๆ ทำได้ง่าย เอื้ออำนวยต่อนักลงทุนต่างชาติ ส่วนอินโดนีเซีย น่าลงทุนหลังรัฐบาลใช้งบประมาณพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการขยายสนามบิน ซึ่งจะทำให้ตลาดนี้น่าสนใจมากในอนาคต ประกอบกับเป็นประเทศที่ประชากรมาก ความต้องการเดินทางในประเทศสูง
อีริค เจ. ลีวาย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทัวริสซึ่ม โซลูชั่น อินเตอร์เนชั่นแนล ที่ปรึกษาการลงทุนท่องเที่ยวในสิงคโปร์ กล่าวว่า สิงคโปร์น่าสนใจลงทุนมากเพราะมีความมั่นคงปลอดภัยสูง ทำราคาห้องพักได้สูง อินโดนีเซียเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่น่าสนใจลงทุน เพราะกำลังมีสนามบินเกิดใหม่หลายแห่ง โดดเด่นเรื่องธรรมชาติ ปิดท้ายด้วยไทย มีศักยภาพลงทุนสูงเพราะเจาะตลาดได้หลากหลาย เด่นเรื่องร้านอาหาร บริการการแพทย์ และการเดินทางที่สะดวก
สุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนโรงแรม แต่มีปัญหาเรื่องจำนวนห้องพักที่ผิดกฎหมายมีมาก ถ้าจำนวนห้องพักผิดกฎหมายถูกจัดการ ไทยก็จะเป็นประเทศที่มีความน่าลงทุนโรงแรมสูงขึ้น เพราะเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวต่างชาติโตสุดในภูมิภาค
หากไม่รวมไทย เมียนมาน่าลงทุนที่สุด เพราะราคาห้องพักดีมาก ช่วงที่ไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) น้อย ห้องพักเต็มเกือบทั้งปี เพราะไม่ใช่เป็นเมืองท่องเที่ยวอย่างเดียวยังเป็นเมืองที่นักลงทุนต้องการเข้าไปด้วย แต่มีความเสี่ยงหลายอย่าง ที่ดินแพง และนโยบายที่ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ขณะที่ลาวเป็นจุดหมายที่การท่องเที่ยวเติบโตได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่หลวงพระบาง และราคาห้องพักยังดี แต่เนื่องจากมีข้อจำกัดที่ทำให้การลงทุนขนาดใหญ่เกิดไม่ได้ ทำได้เพียงกาารลงทุนขนาดกลางและขนาดเล็ก จึงยากที่นักลงทุนจะเข้าไป ขณะที่กัมพูชาราคาห้องพักก็ยังดี แต่ยังไม่น่าสนใจเท่ากับเมียนมาและลาว
เมื่ออาเซียนเป็นที่หมายตาของต่างชาติ นักลงทุนไทยที่มีกำลังและพร้อมต้องเร่งคว้าโอกาสลงทุนในไทยและประเทศอื่นในอาเซียนเช่นกัน เพื่อขยายฐานแบรนด์ไทยให้ตลาดโลกรู้จักมากขึ้น







