posttoday
แบงก์พร้อมร่วมมือ ธปท. ช่วยเอสเอ็มอี

แบงก์พร้อมร่วมมือ ธปท. ช่วยเอสเอ็มอี

19 พฤษภาคม 2558

สมาคมธนาคารไทย ระบุพร้อมร่วมมือ ธปท. ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงิน ผ่อนปรนชำระหนี้ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี สร้างระบบธนาคารที่มีประสิทธิภาพสูง

สมาคมธนาคารไทย ระบุพร้อมร่วมมือ ธปท. ช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงแหล่งเงิน ผ่อนปรนชำระหนี้ ประกาศแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี สร้างระบบธนาคารที่มีประสิทธิภาพสูง

นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และผู้บริหารระดับสูงของธนาคารสมาชิก 15 ธนาคารว่า ได้ประชุมร่วมกันเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายในประเทศพร้อมๆกันในขณะนี้ ซึ่งสมาคมธนาคารไทยได้แสดงจุดยืนร่วมกันที่จะถึงสนับสนุนเอสเอ็มอีอย่างเต็มที่ โดยทางธนาคารพาณิชย์พร้อมที่จะเข้าดูแลธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพให้มีสภาพคล่องอย่างเพียงพอแก่การดำเนินธุรกิจต่อไป เพราะการเข้าถึงบริการทางการเงินที่มากขึ้น นับเป็นพันธกิจหลักด้านหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์ฯ 5 ปี
 
ทั้งนี้ ภาวะสินเชื่อของธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า โดยทั้งสองฝ่าย มีความเห็นตรงกันว่า เศรษฐกิจของประเทศที่ฟื้นตัวช้าอาจส่งผลให้ธนาคารมีความเสี่ยงสูงขึ้น ดังที่เห็นได้จากแนวโน้มการผิดนัดชำระหนี้ที่มีสูงขึ้นเช่นกัน แต่ยังอยู่ในระดับธนาคารพาณิชย์บริหารจัดการได้ด้วยเงินสำรองที่อยู่ในระดับที่สูง และธนาคารพาณิชย์ก็ได้มีการดูแลและติดตามบริหารสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ดี อัตราการขยายตัวของสินเชื่อเอสเอ็มอีเริ่มมีสัญญาณเร่งตัวขึ้นที่ 4.5% ในไตรมาส 1 ปี 2558 หลังจากที่ชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2557
 
“การชะลอตัวทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้มีความเสี่ยงที่บริหารจัดการมากขึ้น แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการได้ โดยการสนับสนุนธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีประสิทธิภาพ คือผ่านช่องทางของธนาคารพาณิชย์ เพราะมีสาขากว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ ครอบคลุมลูกค้าเอสเอ็มอีถึง 1 ล้านรายและเป็นยอดสินเชื่อกว่า 4 ล้านล้านบาท” นายบุญทักษ์ กล่าว
 
นายบุญทักษ์ กล่าวว่า การประชุมสมาชิกสมาคมธนาคารไทยวันนี้ ทุกธนาคารเห็นชอบจะร่วมขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมธนาคารระยะ 5 ปี  ครอบคลุม 5 ด้าน ได้แก่ สร้างระบบชำระเงินและธนาคารดิจิทัลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ การยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยจรรยาบรรณธนาคารและการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน ารสนับสนุนการทำธุรกรรมการเงินในภูมิภาค การเข้าถึงบริการทางการเงินทุกภาคส่วน และการผลักดันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ในด้านระบบการชำระเงิน จากการประเมินเบื้องต้น เศรษฐกิจไทยมีต้นทุนในการบริหารจัดการเงินสดอยู่ไม่ต่ำกว่า 9 หมื่นล้านบาทต่อปี คิดเป็นสัดส่วน 0.8% ของจีดีพี ดังนั้นการเสริมสร้างระบบการเงินดิจิทัลจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมธนาคารไทยและเศรษฐกิจไทยได้  โดยมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์จากอัตรา 30% ของการชำระเงินทั้งหมดในปัจจุบัน เป็น 60-70% ภายในปี 2563

ส่วนการยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้วยจรรยาบรรณธนาคาร (Code of Conduct)ให้บูรณาการและทันสมัยมากขึ้น โดยสมาคมฯจะจัดให้มี คณะกรรมการจรรยาบรรณธนาคาร (Code of Conduct Board) โดยคณะกรรมการนี้จะรับผิดชอบจัดทำจรรยาบรรณธนาคารที่มีมาตรฐานเดียวกัน เพื่อให้พนักงานของธนาคารสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
 
นอกจากนี้ จะส่งเสริมความรู้ด้านการเงินของประชาชน โดยขับเคลื่อนบทบาทดังกล่าวออกไปสู่ในระดับภูมิภาค ให้ครอบคลุมทุกจังหวัดผ่านเครือข่ายธนาคารสมาชิกที่มีรวมกันมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ และจะดำเนินการในรูปแบบโครงการร่วมกับโรงเรียนและชุมชนในแต่ละพื้นที่เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินของภาคประชาชนในวงกว้างที่สุดเท่าที่จะเป็นได้

อย่างไรก็ดี การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการขยายตลาด ธนาคารจะเข้าไปมีบทบาทด้วยการเร่งรัดให้มีการสนับสนุนการจัดตั้งและเชื่อมต่อระบบชำระเงินในประเทศเข้ากับระบบในเศรษฐกิจเพื่อนบ้านให้เร็วที่สุด โดยจะสนับสนุนให้ บริษัท เนชั่นแนล ไอทีเอ็มเอ๊กซ์ (NITMX) เข้าไปให้คำปรึกษาและร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินและระบบการโอนเงินระหว่างธนาคารของประเทศเพื่อนบ้านให้เข้าสู่ระดับมาตรฐานสากลและสามารถเชื่อมโยงระบบเข้ากับระบบชำระเงินของเอเชีย (Asian Payment Network) ได้ในที่สุด
 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ