
แก้ให้ตก
โดย...สมหทัย โมสิกะ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ภาครัฐได้จัดประชุมติดตามการเตรียมความพร้อมของไทยในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งสรุปความคืบหน้าว่า ไทยได้เตรียมการทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมไปได้เกินกว่า 90% แล้ว
ถ้าดูตามตัวเลขความคืบหน้าการดำเนินการตามพิมพ์เขียว ก็เป็นเรื่องที่น่าดีใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นใหญ่ที่ไทยและชาติอาเซียนยัง “ไม่พร้อม” เพราะยังไม่สามารถหาจุดร่วมที่เป็นประโยชน์กับทุกฝ่ายได้
อย่างกรณี “โรฮีนจา” ที่กำลังเป็นมนุษย์เรือลอยลำอยู่ในน่านน้ำ ที่ไม่มีประเทศไหนในย่านนี้เต็มใจรับเข้ามาในประเทศ
โรฮีนจาเป็นอีกปัญหาที่อาเซียนคงไม่สามารถโยนให้ชาติใดชาติหนึ่งรับผิดชอบไปเพียงลำพังได้ แต่ต้องช่วยกันหาทางออก
ปลายเดือนนี้ “ไทย” จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ และได้พยายามเชิญตัวแทนของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมาประชุม แต่ “พม่า” ที่เป็นบ้านปัจจุบันของชาวโรฮีนจา ก็แสดงท่าทีว่าจะไม่ร่วมวงด้วย
ขณะที่ “มาเลเซีย” ก็ถูกจับตาว่าจะทำอย่างไรในฐานะเป็นเป้าหมายที่ชาวโรฮีนจาอยากฝากชีวิตไว้ และในฐานะ “ประธานอาเซียน” ที่หลายฝ่ายอยากให้เล่นบทผู้นำแก้ปัญหา
ชาวมาเลเซียเองตอนนี้ก็ถกเรื่องโรฮีนจากันดุเดือด มีทั้งฝ่ายต่อต้านการรับชาวโรฮีนจาเข้าประเทศ เพราะมองว่ายังมีชาวมาเลย์ยากจนอยู่อีกมากที่รอความช่วยเหลือจากรัฐบาลอยู่ ควรใช้เงินเพื่อช่วยคนกันเองดีกว่า แถมยังกลัวคนนอกมาก่ออาชญากรรมอีกต่างหาก ส่วนฝ่ายสนับสนุนให้ช่วยก็มองในแง่ของมนุษยธรรม
เรื่องนี้ถ้าแก้ จำเป็นต้องร่วมมือกันทุกฝ่าย ตั้งแต่ต้นทางที่ชาวโรฮีนจาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ จะทำอย่างไรที่ทำให้พวกเขามีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับการยอมรับจากสังคม ไม่จำเป็นต้องหนีไปตายเอาดาบหน้า
หากต้องหาที่อยู่ใหม่กันจริงๆ ประเทศทางผ่านและประเทศเป้าหมายใหม่จะบริหารจัดการคนกลุ่มนี้ได้อย่างไร ไม่ให้กลายเป็นต้นทุนเพิ่มของชาติ จะสามารถดึงคนกลุ่มนี้มาเป็นแรงงานในระบบได้หรือไม่?
ฝั่งของประเทศยักษ์ใหญ่นอกภูมิภาค และองค์กรระหว่างประเทศที่คอยกดดันให้ชาติอาเซียนต้องดูแลชาวโรฮีนจา ก็ต้องร่วมช่วยเหลือตามความสามารถตัวเอง ไหนๆ ก็จะทำเพื่อมนุษยธรรมแล้ว
นี่คืออีก “โจทย์หิน” ที่ชาติอาเซียนต้องแก้ให้ตก ถ้าไม่อยากให้เรื้อรังจนอาจสั่นคลอนความสัมพันธ์ที่กำลังจะแนบแน่นยิ่งขึ้น







