
จีนผ่อนนโยบาย ดันหุ้นจีนต่อเนื่องปีนี้
ธนาคารกลางจีนได้เริ่มต้นผ่อนคลายนโยบายการเงินตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว
โดย...คมศร ประกอบผล
ธนาคารกลางจีนได้เริ่มต้นผ่อนคลายนโยบายการเงินตั้งแต่เดือน พ.ย.ปีที่แล้ว เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง เนื่องจากมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในด้านต่างๆ เช่น การควบคุมฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดการปล่อยสินเชื่อในภาคธนาคารเงา (Shadow Banking) และการชะลอการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีกำลังการผลิตเกิน (Over Capacity)
โดยนับตั้งแต่เดือน พ.ย. ธนาคารกลางจีนได้มีการลดดอกเบี้ยไปแล้ว 3 ครั้ง รวม 75bps และลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (Reserve Requirement Ratio : RRR) ลง 2 ครั้ง รวม 150bps เราคาดว่าธนาคารกลางจีนจะประกาศผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมอีกในช่วงไตรมาส 2-3 เพื่อประคับประคองเศรษฐกิจจีนให้สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมายของภาครัฐ 7% ในปีนี้
การผ่อนคลายนโยบายการเงิน โดยเฉพาะการลด RRR ของจีน จะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในตลาดการเงินของจีนเป็นอย่างมาก โดยในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์ของจีนมีปริมาณเงินฝากอยู่ที่ราว 120 ล้านล้านหยวน (20 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ) ดังนั้นการลด RRR 1 ครั้ง ครั้งละ 50bps จะเป็นการเพิ่มสภาพคล่องในระบบราว 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และหากธนาคารกลางจีนลด RRR ลง 4 ครั้ง รวม 200 bps ในปีนี้ตามที่เราคาดการณ์ ก็จะทำให้มีสภาพคล่องเพิ่มขึ้นในระบบถึง 4 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งนับเป็นการเพิ่มสภาพคล่องเป็นจำนวนถึงราว 2 ใน 3 ของปริมาณการซื้อสินทรัพย์ของธนาคารกลางญี่ปุ่นและยุโรป ซึ่งมีขนาดราว 6.6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
อนึ่ง ในปัจจุบัน RRR ของธนาคารพาณิชย์จีนในปัจจุบันอยู่ในระดับสูงมากที่ 18.5% (เทียบกับ RRR สำหรับธนาคารพาณิชย์ไทยอยู่ที่ 6%) ซึ่งชี้ว่าจีนยังมีเครื่องมือทางนโยบายการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้เพิ่มเติมอีกเราเชื่อว่าสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินดังกล่าว จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนตลาดหุ้นจีนต่อเนื่องไปตลอดทั้งปีนี้
เราเชื่อว่าตลาดหุ้นจีน H-Shares จะ Outperform A-Shares เนื่องจาก Valuation ที่ถูกกว่าดัชนี AH Premium ซึ่งแสดงถึงส่วนต่างของราคาระหว่างหุ้นบริษัทเดียวกันที่จดทะเบียนซื้อขายในสองตลาด (Dual-Listed) แสดงให้เห็นว่าหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดฮ่องกง (H-Shares) ยังมีส่วนลด (Discount) จากหุ้นที่ซื้อขายในจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Shares) ค่อนข้างมาก ทั้งนี้ ดัชนี AH Premium เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น (A-Shares ปรับตัวขึ้นมากกว่า H-Shares)
ตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว ที่ธนาคารกลางจีนประกาศลดดอกเบี้ย และทำให้ตลาดหุ้นในจีนแผ่นดินใหญ่ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ซึ่งทำให้ดัชนี AH Premium ทำจุดสูงสุดที่ราว 135 จุด (A-Shares แพงกว่า H-Shares 35%) ในช่วงปลายเดือน มี.ค. ก่อนจะปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือน เม.ย. เมื่อทางการจีนมีการผ่อนคลายกฎให้กองทุนรวมที่จดทะเบียนในจีนแผ่นดินใหญ่สามารถซื้อขายหุ้นในฮ่องกงได้
การผ่อนคลายกฎดังกล่าวส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายหุ้นจากจีนแผ่นดินใหญ่ในตลาดฮ่องกง (Southbound Trading Activities) พุ่งสูงขึ้นจนเต็มโควตาการซื้อขายประจำวัน โดยนักวิเคราะห์คาดว่าทางการจีนจะมีการปรับเพิ่มโควตาดังกล่าว ซึ่งจะช่วยให้ส่วนลดของ H-Shares ลดลง และทำให้ตลาดหุ้น H-Shares ปรับตัวขึ้นได้มากกว่า A-Shares ต่อไป







