posttoday
ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จัดหนัก อัดแคมเปญดึงสมาชิกเพิ่ม20%

ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค จัดหนัก อัดแคมเปญดึงสมาชิกเพิ่ม20%

14 พฤษภาคม 2558

จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและแชร์ลูกโซ่ที่กำลังระบาดหนัก ส่งผลกระทบกับยอดขายของธุรกิจเครือข่ายขายตรง

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากภาวะเศรษฐกิจซบเซาและแชร์ลูกโซ่ที่กำลังระบาดหนัก ส่งผลกระทบกับยอดขายของธุรกิจเครือข่ายขายตรง จึงทำให้บรรดาผู้ประกอบการหลายรายต่างต้องเร่งยอดขายและเพิ่มจำนวนสมาชิกเพื่อให้ยอดขายไม่ต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ กลยุทธ์หลักคงหนีไม่พ้นแคมเปญการตลาดที่เร้าใจและผลตอบแทนที่ได้จากการทำงานที่เพิ่มขึ้น

มนต์ชัย เดโชจรัสศรี กรรมการผู้อำนวยการ ยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ประเทศไทย บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทได้ออกแคมเปญการตลาดใหม่ใช้ชื่อว่า “พาวเวอร์ อัพ (Power Up)” โดยจุดเด่นของแคมเปญนี้ต้องการขยายฐานสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจ และพัฒนาศักยภาพของสมาชิกให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งเสริมให้นักธุรกิจเครือข่ายยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค ได้ขยายฐานสมาชิกและยังได้พัฒนาศักยภาพให้มีความสามารถในการสร้างทีมงานให้สูงขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่รวมถึงสามารถขยายตลาดไปสู่ต่างประเทศอีกด้วย โดยได้ตั้งเป้าว่าจะมีสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์คเพิ่มขึ้นอีก 20% และคาดว่าแคมเปญนี้จะทำให้มีผู้ร่วมธุรกิจเครือข่ายปรับตำแหน่งเพิ่มขึ้นอีก 15% พร้อมรับเงินอัดฉีดสูงถึง 7 หลัก

ทั้งนี้ ในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีสมาชิกผู้ร่วมธุรกิจที่ได้ปรับตำแหน่งตามเป้าที่วางไว้ และคาดว่าปีนี้จะมีผู้ที่ได้รับการปรับตำแหน่งสูงมากขึ้นตลอดทั้งปี และจากผลตอบรับที่ดีของแคมเปญดังกล่าว บริษัทจึงได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดนี้ทั่วประเทศเพื่อการขยายตลาด พร้อมกับการพัฒนาทีมงานและยังทำให้เกิดอัตราการซื้อสินค้าซ้ำเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งผู้ร่วมธุรกิจสามารถเข้าร่วมแคมเปญนี้ได้ เพียงทำคุณสมบัติตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งการปรับตำแหน่งจะปรับสูงขึ้นตั้งแต่ตำแหน่งแรก

“การทำตลาดของยูนิลีเวอร์ เน็ทเวิร์ค นับจากนี้ไปจะเน้นเชิงรุกมากขึ้น เนื่องจากการแข่งขันของธุรกิจเครือข่ายนั้นรุนแรง และหลายคนมองว่าต้องการหารายได้เสริมเพิ่มขึ้น จึงมีนักขายเพิ่มขึ้นมาก แต่กำลังซื้อของผู้บริโภคนั้นกลับไม่ได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งต้องมีการปรับกลยุทธ์การขายเพื่อให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม” มนต์ชัย กล่าว   

สำหรับในไตรมาสแรกบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารบียอนด์ ไลฟ์ เซนเชียล ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ปัจจุบันบริษัทมีกลุ่มสินค้าที่ทำตลาด 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเพอร์ซันนัลแคร์ ภายใต้ชื่ออาวียองซ์ โดยมีสัดส่วน 60% กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ภายใต้ชื่อบียอนด์ มีสัดส่วน 30% โดยสัดส่วนที่เหลือ ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพช่องปาก ภายใต้ชื่อไอ-เฟรช และกลุ่มผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ภายใต้ชื่อลีเวอร์ โฮม โดยผลิตภัณฑ์ขายดี 3 อันดับแรก ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บียอนด์ มากิ พลัส อาวียองซ์ คอลลาเจน แมทริกซ์ และอาวียองซ์ เพอร์เฟค เรเดียนซ์ ตามลำดับ

มนต์ชัย กล่าวอีกว่า ภายในปี 2562 บริษัทตั้งเป้าว่าจะเปิดสาขาให้ครอบคลุมทุกประเทศในภูมิภาคอาเซียน จากปัจจุบันได้ขยายตลาดไปแล้วในมาเลเซีย สิงคโปร์ ลาว กัมพูชา ที่ผ่านมาสินค้าของบริษัทได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ เนื่องจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้นในปลายปี 2558 ที่การขยายตลาดนั้นจะสามารถทำได้ง่ายขึ้นจากการไม่มีกำแพงภาษีต่างๆ แต่สิ่งที่จะต้องเร่งคือความสามารถด้านภาษาอังกฤษและภาษาท้องถิ่น ซึ่งจะทำให้เข้าถึงผู้บริโภคได้ง่าย

เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์เพื่อหลีกหนีจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการขาดความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักธุรกิจเครือข่าย เพื่อประคองธุรกิจอยู่รอดได้ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีนัก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ