
ทันสถานการณ์
หนุนพลาสติกชีวภาพ
หนุนพลาสติกชีวภาพ
นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผช.รมต.ประจำกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนที่จะนำคณะภาคเอกชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินทางไปยังประเทศไต้หวัน ในช่วงปลายเดือน มิ.ย.นี้ เพื่อขยายความร่วมมือกับภาครัฐและเอกชนไต้หวันเรื่องของความร่วมมือในการพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องจักร การทำแม่พิมพ์ และพลาสติกชีวภาพ เนื่องจากไต้หวันมีความแข็งแกร่งในการผลิตเครื่องจักรที่มีคูณภาพสูงและราคาไม่แพง และที่ผ่านมาภาคเอกชนไทยก็ได้นำเข้าเครื่องจักรจากไต้หวันเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงเห็นว่าควรจะขยายความร่วมมือกับไต้หวันเพื่อยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมพลาสติกไทย
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเสริมให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนตั้งโรงงานผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพภายในประเทศจากวัตถุดิบการเกษตรของไทย ก่อนที่จะผลิตเม็ดพลาสติกชีวภาพเตรียมตัวในอุตสาหกรรมปลายน้ำ เช่น โรงงานฉีดพลาสติกต่างๆ และโรงงานบรรจุภัณฑ์ ให้เร่งขยายการผลิตพลาสติกชีวภาพให้มากขึ้น เพื่อรองรับแผนที่จะผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลางพลาสติกชีวภาพของภูมิภาค รัฐบาลจึงมีแผนที่จะให้บีโอไอออกระเบียบปรับลดภาษีนำเข้าเม็ดพลาสติกชีวภาพ เพื่อให้สามารถนำเข้าวัตถุดิบได้ถูกลง ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจมากขึ้น
นายเกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า ในปัจจุบันประเทศไทยใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรและแม่พิมพ์จากไต้หวันมากพอสมควร ดังนั้นทั้งภาครัฐและเอกชนจึงมีความเห็นร่วมกันว่าควรจะยกระดับความร่วมมือในด้านนี้กับประเทศไต้หวัน นอกจากนี้ สถาบันพลาสติกเตรียมที่จะร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นในปี 2559 ในการผลิตพลาสติกผสมกับเศษข้าว 35-40% เพื่อใช้ผลิตเป็นบรรจุภัณฑ์ ซึ่งสามารถลดราคาเม็ดพลาสติกลงได้กว่า 10-20% จากปัจจุบันที่มีราคา 40-50 บาท/กก.
กฎบัตรอาเซียน
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ ครม.ได้อนุมัติตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอเรื่องการให้สัตยาบันพิธีสารของกฎบัตรอาเซียนว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาท เพื่อให้กระทรวงการต่างประเทศจัดทำสัตยาบันสารและดำเนินการส่งมอบสัตยาบันสารให้แก่เลขาธิการอาเซียนเพื่อให้พิธีสารฯ มีผลบังคับใช้
ทั้งนี้ สาระสำคัญของพิธีสารฯ นั้นได้กำหนดกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียนที่เกิดจากการตีความ หรือการใช้กฎบัตรอาเซียนและตราสารต่างๆ ซึ่งกลไกต่างๆ ได้แก่ การอนุญาโตตุลาการ (Arbitration) การประนีประนอม (Conciliation) การไกล่เกลี่ย (Mediation) และการใช้คนกลางที่น่าเชื่อถือ (Good Offices) นอกจากนี้ในประเด็นข้อพิพาทระหว่างชาติสมาชิกอันเกิดจากการตีความกฎบัตรฯ และความตกลงอาเซียนต่างๆ ยังไม่มีกลไกในการระงับข้อพิพาทรองรับที่มากกว่าการปรึกษาหารือและมีผลทางกฎหมาย ซึ่งกลไกที่กำหนดไว้ในพิธีสารฯ ที่ไทยกำลังจะให้สัตยาบันนี้จะเป็นกลไกที่มีผลทางกฎหมายมากขึ้น โดยพิธีสารฯ ฉบับนี้จะมีผลบังคับต่อเมื่อสมาชิกที่ให้สัตยาบันมีการส่งมอบสัตยาบันสารให้แก่เลขาธิการอาเซียน ซึ่งปัจจุบันชาติสมาชิกที่ให้สัตยาบันแล้วมี 2 ประเทศ คืออินโดนีเซียและกัมพูชาและไทยจะเป็นประเทศที่ 3 ที่ร่วมใช้กลไกระงับข้อพิพาทนี้







