posttoday
VGI บุกสื่อใหม่สนามบิน หลังซื้อแอลอีดี แอดวานซ์

VGI บุกสื่อใหม่สนามบิน หลังซื้อแอลอีดี แอดวานซ์

12 พฤษภาคม 2558

บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่

โดย...ประลองยุทธ ผงงอย

บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่ เป็นบริษัทที่กลุ่มบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS) ถือหุ้นใหญ่ภายหลังประกาศเข้าซื้อหุ้นของบริษัท แอลอีดี แอดวานซ์  สัดส่วน 20% มูลค่าเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท เตรียมบุกสื่อใหม่ในสนามบินทันที และรับรู้กำไรจากเงินลงทุนครั้งนี้กลางปีนี้

การประกาศซื้อครั้งนี้ได้เปิดเงื่อนไขให้ VGI สามารถลงทุนเพิ่มได้เป็น 30% เพื่อเป็นผู้ที่ได้รับสิทธิในการบริหารจัดการสื่อโฆษณาหลากหลายในสนามบิน โดยปัจจุบันแอลอีดีฯ รั้งส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในสนามบิน เฉลี่ยประมาณ 60-70%

บริษัท แอลอีดีฯ เริ่มไปรับสิทธิทำธุรกิจในสนามบินเมื่อปี 2557 มีรายได้ประมาณ 100 ล้านบาท ซึ่งทำกำไรได้ทันทีในปีแรก มีอายุสัญญาประมาณมากกว่า 10 ปี เช่น สื่อโฆษณา LED ในสนามบินจำนวน 25 จอ ใน 6 สนามบินของบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) สื่อโฆษณาจอแอลอีดีจำนวน 7 จอ ใน 7 สนามบินของกรมการบินพลเรือน สื่อโฆษณาบริเวณสะพานเทียบเครื่องบินจำนวน 57 สะพาน ในจำนวน 5 สนามบินของ AOT และการบริหารจัดการเว็บไซต์ของ AOT และสนามบินของ AOT ทั้งหมด

ขณะที่เงินลงทุนจำนวน 100 ล้านบาทนั้น VGI จะเพิ่มทุนในแอลอีดี แอดวานซ์ เพื่อใช้เป็นเงินทุนในการขยายเครือข่ายสื่อโฆษณา อาทิ การลงทุนการเพิ่มจอแอลอีดีใหม่ในสนามบินที่มีสิทธิสัมปทาน และเตรียมพร้อมเพื่อเข้าประมูลสิทธิบริหารจัดการสื่อโฆษณา ในสนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 ในอนาคต

VGI  มีแผนจะรุกหนักในธุรกิจสื่อที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต โดยมีธุรกิจสื่อน้องใหม่เข้าในกลุ่ม หลังเข้าซื้อหุ้นบริษัท แอลอีดี แอดวานซ์ สัดส่วน 20% ร่วมกับกลุ่มผู้ถือหุ้นที่เหลืออีกจำนวน 6-7 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มทำธุรกิจหลากหลาย อาทิ พลังงาน สาธารณูปโภค และขนส่ง

มารุต อรรถไกวัลวที ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร VGI กล่าวว่า การร่วมทุนโดยเข้าไปถือหุ้นสัดส่วน 20% ของแอลอีดีฯ บริษัทจะเริ่มรับรู้กำไรตามสัดส่วนการถือหุ้นในงวดบัญชีไตรมาสแรกปี 2558/2559 (สิ้นสุดเดือน มิ.ย. 2558) โดยในปีนี้แอลอีดีฯ น่าจะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านบาท จากรายได้รวมที่ประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 25% จากปี 2557 ที่มีรายได้ราว 100 ล้านบาท และหากมีผลประกอบการที่ดี บริษัทยังสามารถเข้าไปซื้อหุ้นถึง 30%

สำหรับรายได้ที่ประมาณการไว้ในปีนี้ส่วนใหญ่ของแอลอีดีฯ ได้เซ็นสัญญาล่วงหน้าไปแล้วสัดส่วนประมาณ 60% ของเป้าหมายรายได้ของแอลอีดีฯ ซึ่งส่วนใหญ่ของสัญญาที่ได้เป็นระยะยาวมากกว่า 1 ปีขึ้นไป โดยมีอายุสัญญาเฉลี่ยที่ยาวกว่าลูกค้าเดิมของ VGI ขณะที่กลุ่มลูกค้าหลัก 3 อันดับแรก ยังเป็นธุรกิจขนาดใหญ่ คือ 1.กลุ่มร้านค้าในสนามบิน 2.สื่อสาร 3.ธนาคารพาณิชย์ โดยทั้ง 3 กลุ่มมีสัดส่วนประมาณ 60% ของลูกค้าทั้งหมด ทำให้มีความมั่งคงสูงของรายได้จากสัญญาระยะยาวที่มี

ขณะที่การรับรู้กำไรจะเป็นปัจจัยบวกหนึ่งที่ทำให้กำไรของบริษัทงวดบัญชีปี 2558/2559 (1 เม.ย. 2558-31 มี.ค. 2559) ทำได้มากกว่างวดปีก่อนที่ทำได้ที่ 838 ล้านบาท แม้รายได้ของบริษัทงวดบัญชีปีนี้จะลดลงเหลือประมาณ 2,600 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 12% จากผลกระทบจากรายได้ธุรกิจสื่อในโมเดิร์นเทรดที่หายจากการยกเลิกสัญญากับบิ๊กซี และไม่ได้ต่อสัญญากับเทสโก้ โลตัส โดยจะกระทบต่อทั้งกำไรและรายได้งวดปี 2558/2559 จากส่วนดังกล่าวหายไป จากงวดปี 2557/2558 ที่มีกำไรราว 40 ล้านบาท และรายได้ประมาณ 970 ล้านบาท และปี 2556/2557 ที่มีกำไรราว 130 ล้านบาท และรายได้ประมาณ 1,300  ล้านบาท

อย่างไรก็ดี รายได้จากทุกสื่อที่เหลือของกลุ่มทั้งหมด งวดปีนี้มีเป้าหมายจะเติบโตขึ้นจากงวดปีก่อน ทั้งสื่อในสถานีและในขบวนรถไฟฟ้าจะเติบโตขึ้น 16% โดยมาจากการได้สัญญาเข้าบริหารสื่อโฆษณาของสถานีส่วนต่อขยายเพิ่มเข้ามาอีก 7 สถานี และในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 หลังเศรษฐกิจเริ่มมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น สอดคล้องกับโปรโมชั่นที่บริษัทเคยให้ลูกค้าจะหมดลง บวกกับแพ็กเกจที่ขายได้ใหม่จากจำนวนสถานีที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะเริ่มปรับอัตราค่าโฆษณาขึ้นประมาณ 5-10% ในสื่อของบีทีเอส จากปีที่ผ่านมาไม่ได้ปรับราคาขึ้น เพราะผลกระทบจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและปัญหาการเมืองที่ไม่สงบ โดยสัดส่วนรายได้จากสื่อบีทีเอสในงวดบัญชีของบริษัทปีนี้จะเพิ่มเป็นราว 80% ของรายได้รวม ลดลงจากงวดปีก่อนที่ 60% หลังจากรายได้จากสื่อใน
โมเดิร์นเทรดหาย

“สื่อที่เกี่ยวข้องการขนส่งเป็นไฮไลต์ที่สร้างรายได้หลักของ VGI โดยสนามบินก็เป็นการขนส่งประเภทหนึ่ง หลังก่อนหน้าที่บริษัทเข้าทำให้สายการบินแอร์เอเชียซึ่งธุรกิจไปได้ดี โดยหลังแอลอีดี แอดวานซ์ ได้สิทธิในสนามบินต่างๆ จึงเข้าไปคุย เป็นธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะการมีสายการบินต้นทุนต่ำซึ่งตอนนี้กำลังเติบโตสูงมาก ปี 2557 มีผู้โดยสารเดินทางผ่านสนามบินดอนเมืองจำนวนถึง 21 ล้านคน ขณะที่สุวรรณภูมิมีผู้โดยสารเดินทางผ่านถึง 46 ล้านคน และคนเดินทางเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อที่สูง โดยในอนาคตมีแผนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นด้วย ซึ่ง VGI ก็จะเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย” มารุต กล่าว

 บริษัทมีแผนที่จะใช้กลยุทธ์การเข้าซื้อและควบรวมกิจการอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างโอกาสการเติบโตให้มากขึ้นจากการดำเนินธุรกิจปกติ ซึ่งจะมุ่งเน้นการลงทุนในกลุ่มสื่อโฆษณาที่สอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินชีวิตในยุคสมัยใหม่ และภายในปี 2558 เตรียมขยายตลาดไปช่องทางสื่อออนไลน์ เพื่อให้ครอบคลุมตลาดมากขึ้น โดยปัจจุบันมีการเจรจาและพิจารณาเลือกอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศประมาณ 10 ธุรกรรม ซึ่งไม่ได้กำหนดกรอบเวลาการสรุปไว้ชัดเจน เพราะขึ้นอยู่กับการเจราจา ขณะที่ในกลุ่มสื่อป้ายโฆษณาขนาดใหญ่นอกที่อยู่อาศัยจะทำผ่านบริษัท มาสเตอร์ แอด (MACO)

“การเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการดูเหมือนง่าย แต่พอคุยไปบางครั้งเรื่องไม่จบ เจอปัญหาต้องกลับไปนับหนึ่งใหม่” มารุต กล่าว

งวดปี 2558/2559 บริษัทตั้งงบลงทุนรวมไว้ประมาณ 270 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนของสื่อบีทีเอส 122 ล้านบาท อาคารสำนักงาน 13 ล้านบาท และสื่ออื่นๆ 133 ล้านบาท   ลดลงจากงวดปีก่อนที่ใช้ไป 522 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ