posttoday
กองทุนอ้อยฯเล็งทุ่ม2.3พันล้านฦซื้อน้ำตาลส่งออกคืน

กองทุนอ้อยฯเล็งทุ่ม2.3พันล้านฦซื้อน้ำตาลส่งออกคืน

28 มิถุนายน 2553

กองทุนอ้อยฯ เล็งทุ่มเงิน 2,300 ล้านซื้อน้ำตาลโควตา ค กลับคืน 1 ล้านกระสอบ พร้อมรับภาระขาดทุนประมาณ 200-300 ล้านบาทนำมากระจายในประเทศ

กองทุนอ้อยฯ เล็งทุ่มเงิน 2,300 ล้านซื้อน้ำตาลโควตา ค กลับคืน 1 ล้านกระสอบ พร้อมรับภาระขาดทุนประมาณ 200-300 ล้านบาทนำมากระจายในประเทศ

นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ ประธานสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ในฐานะคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกอน. และคณะกรรมการกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย ว่า การไปซื้อคืนน้ำตาลทรายโควตา ค (น้ำตาลทรายเพื่อการส่งออก) กลับคืนมา 1 ล้านกระสอบ คาดว่ากองทุนฯ จะต้องใช้เงินประมาณ 2,300 ล้านบาท โดยหากรีบดำเนินการน่าจะซื้อคืนได้ในราคา 21.50-22 บาทต่อกิโลกรัม หรือ 630-680 เหรียญสหรัฐต่อตัน ขึ้นอยู่กับเวลาเปิดประมูล

ทั้งนี้ กองทุนฯ จะนำเงินหมุนเวียนที่มีอยู่จำนวน 5,000 ล้านบาท มาจัดซื้อน้ำตาลจำนวนดังกล่าว โดยคาดว่ากองทุนฯ จะขาดทุนจากการซื้อขายประมาณ 200-300 ล้านบาท เพราะต้องนำมาขายในประเทศในราคา 21.40 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาควบคุม โดยกองทุนจะเป็นผู้รับภาระขาดทุนไป

สำหรับวิธีการซื้อคืน จะดำเนินการโดยคณะกรรมการซื้อน้ำตาล โดยจะเชิญเทรดเดอร์มาประมูลขาย รายไหนเสนอขายในราคาถูกที่สุดก็จะเลือกรายนั้น และเมื่อซื้อคืนกลับมาแล้วจะให้คณะกรรมการขายเข้ามาดูแลในกระบวนการกระจายน้ำตาลต่อไป โดยน้ำตาลในส่วนนี้จะไม่เกี่ยวข้องกับระบบอ้อยและน้ำตาลทราย และไม่เกี่ยวกับการนำมาพิจารณาราคาอ้อยในฤดูกาลหน้า

“เชื่อว่าการที่น้ำตาลขาดไม่ได้เกิดจากการกักตุน แต่ภาคอุตสาหกรรมใช้น้ตาลมากขึ้น เพราะน้ำตาลในประเทศไทยต่ำสุดในภูมิภาค โรงงานจึงเข้ามาขยายกำลังการผลิตในเมืองไทย ทำให้ความต้องการสูงขึ้น” นายกำธร กล่าว

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กองทุนฯ เร่งไปซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค ที่ยังอยู่ในประเทศกลับคืนมา โดยจะต้องเร่งบริหารจัดการให้แล้วเสร็จภายในต้นเดือนก.ค. ก่อนที่น้ำตาลทรายจะถูกขนออกนอกประเทศ เพราะจะได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งกลับเข้ามาอีกครั้ง โดยได้ตั้งคณะกรรมการจัดซื้อและคณะกรรมการขายขึ้นมาดูแล

ขณะเดียวกันที่ประชุมได้รายงานสถานการณ์การจำหน่ายน้ำตาลในประเทศในช่วง 6 เดือน (ม.ค.-มิ.ย.2553) มีปริมาณการจำหน่ยทั้งสิ้น 11 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.2 ล้านกระสอบ หรือคิดเป็น 23.9% โดยในเดือนก.พ.มีปริมาณการจำหน่าย 1.84 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้น 32.45% และเดือนมิ.ย. มีปริมาณการจำหน่าย 2.16 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้น 66.3% ซึ่งมีสาเหตุมาจากข่าวการขาดแคลน้ำตาล และกระแสภัยแล้ง ทำให้เกิดความต้องการพุ่งสุงขึ้นมากกว่าปกติ

ขณะที่ประมาณการความต้องการใช้น้ำตาลในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าอัตราการจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 24% ต่อเดือน รวม 12 เดือน คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 24.4 ล้านกระสอบ เพิ่มขึ้น 4.7 ล้านกระสอบ หรือคิดเป็น 23.9% น้ำตาลทรายที่จัดสรรไว้เดิมจำนวน 22 ล้านกระสอบจึงไม่น่าเพียงพอ เพราะเพิ่มขึ้นแค่ 15% เท่านั้น จึงต้องมีการจัดสรรเพิ่มเติม เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ

นอกจากนี้ กอน.ได้อนุมัตินำน้ำตาลทรายงวด 51 จำนวน 4.04 แสนกระสอบ มาขึ้นงวดล่วงหน้าเพิ่มแล้วในสัปดาห์นี้ รวมกับงวดปัจจุบันเป็น 8.08 แสนกระสอบ ส่งผลให้ขณะนี้มีน้ำตาลในตลาดกว่า 2 ล้านกระสอบ จากน้ำตาลค้างกระดาน 6 แสนกระสอบ และของกระทรวงพาณิชย์อีกกว่า 5 แสนกระสอบ   

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69