
ทำเลครึ่งปีหลัง
ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งปีสำหรับปี 2558 หลายคนคงกำลังจับตาดูว่าตลาดคอนโดมีเนียมจะดำเนินไปในทิศทางใด จากการสำรวจของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ยอดขายโครงการในกรุงเทพฯ อยู่ที่ระดับ 70% ซึ่งถือว่าไม่มีความกังวลต่อภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ในทางตรงข้าม คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมเปิดตัวมากขึ้น และได้รับการตอบรับดี
ผ่านมาแล้วเกือบครึ่งปีสำหรับปี 2558 หลายคนคงกำลังจับตาดูว่าตลาดคอนโดมีเนียมจะดำเนินไปในทิศทางใด จากการสำรวจของบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เมื่อสิ้นปีที่แล้ว ยอดขายโครงการในกรุงเทพฯ อยู่ที่ระดับ 70% ซึ่งถือว่าไม่มีความกังวลต่อภาวะโอเวอร์ซัพพลาย ในทางตรงข้าม คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมเปิดตัวมากขึ้น และได้รับการตอบรับดี
ถามว่าเศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้ ทำไมสินค้าราคาแพงยังขายได้ คำตอบก็คือ ความต้องการที่อยู่อาศัยใจกลางเมืองยังมีอยู่ และผลตอบแทนจากการลงทุนในด้านอื่นต่ำ ทำให้คนที่มีเงินเหลืออยากลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า สำหรับถนนสุขุมวิทโดยเฉพาะช่วงกลางถึงต้นนั้น เป็นทั้งที่อยู่ของคนมีเงินและที่เช่าของชาวญี่ปุ่น ดังนั้นไม่ว่าจะซื้อเพื่อปล่อยเช่า หรือว่าจะเก็บต่อไว้ให้ลูกหลานก็ตอบโจทย์ทั้งนั้น
สำหรับทำเลเด่นๆ ในครึ่งปีหลัง เช่น ถนนพญาไท-พหลโยธิน แม้ตลาดเช่าจะไม่คึกคักเหมือนสุขุมวิท แต่เป็นทำเลที่คนมีเงินและคุ้นเคยย่านนี้นิยม ทำเลที่ได้รับความสนใจต่อไป คือ ทำเลในส่วนจุดตัดของแนวรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่น โซน 5 แยกลาดพร้าว และโซนเตาปูน (สายสีม่วง) เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของการเดินทาง ส่วนทำเลฝั่งธนบุรี ถนนจรัญสนิทวงศ์ตามแนวรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน น่าจับตาในอีก 2-3 ปี ข้างหน้า โดยเฉพาะเมื่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายเปิดใช้บริการแล้วปลายปี 2560
สถานการณ์ที่เหลือจะเป็นอย่างไรนั้น ผมคิดว่าไม่น่าจะต่างอะไรมากกับไตรมาสแรกที่ผ่านมา เพราะปัญหาต่างๆ ยังไม่คลี่คลายโดยไว ทั้งส่งออกยังไม่ดี ราคาพืชผลสินค้าเกษตรตกต่ำ แต่ถ้าภาครัฐบาลมีการใช้จ่ายงบประมาณหรือพัฒนาโครงการใหม่ๆ มากขึ้น ก็อาจจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้บ้าง







