
Solar Roof อีกทางเลือก ลงทุนยามดอกเบี้ยต่ำ
ภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ถือว่าออกมาไม่ค่อยสดใส หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างออกมาปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้กันหมด
ภาพรวมของเศรษฐกิจในปีนี้ถือว่าออกมาไม่ค่อยสดใส หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างออกมาปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้กันหมด
ภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาในปีนี้มาจากหลายปัจจัยเข้ามารุมเร้าพร้อมกัน ทั้งการส่งออกติดลบ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ หนี้ครัวเรือนในระดับสูง และการบริโภคที่ชะลอตัว ขณะที่การเบิกจ่ายของภาครัฐเองก็ทำได้ไม่เต็มที่
ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาส่งสัญญาณชัดผ่านการลดดอกเบี้ยนโยบายลง 2 ครั้งติด และหลายสำนักก็คาดการณ์ว่าแบงก์ชาติน่าจะมีการลดดอกเบี้ยอีกเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจไทยในภาวะเช่นนี้
ในภาวะที่เศรษฐกิจอยู่ในภาวะซบเซานั้นย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้ของหลายๆ คนแน่นอน แต่ขณะที่รายได้เรามีแนวโน้มลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ รายจ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวันกลับไม่ได้ลดตามไปด้วยค่ะ ดังนั้นแล้วการมองหาช่องทางเพิ่มรายได้ในภาวะเศรษฐกิจซบเซาจึงเป็นเรื่องที่หลายคนกำลังคิดกัน การลงทุนเพื่อเพิ่มรายได้จึงเป็นช่องทางหนึ่งที่จะช่วยตัวเองได้ในเศรษฐกิจยามนี้ค่ะ
แต่ปัญหาคือ แม้การลงทุนในภาวะเศรษฐกิจซบเซาก็ไม่อาจให้ผลตอบแทนสูงตามที่เราต้องการได้เช่นกัน ภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ย่อมส่งผลให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ชะลอตัวหรือแม้แต่ลดลงด้วยค่ะ ซึ่งนั่นย่อมส่งผลสะท้อนกลับไปยังราคาหุ้นและเงินปันผลที่เราจะได้รับจากบริษัทด้วยค่ะ
หากมองไปยังตลาดตราสารหนี้อย่างพันธบัตรรัฐบาลช่วงนี้ก็ลำบากเช่นกัน แม้ว่าจะให้ดอกเบี้ยที่ดีใช้ได้ แต่ในภาวะที่ดอกเบี้ยเป็นขาลงเช่นนี้ก็ย่อมส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่เราจะได้จากการถือพันธบัตรรัฐบาลมีแนวโน้มต่ำลงด้วย
หากว่าเราสนใจในการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคงตัวแน่นอน มีความมั่นคงสูง และไม่ลดลงตามแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาด ดิฉันมองว่า การลงทุนติด Solar Roof เพื่อขอโควตาขายไฟฟ้าให้รัฐก็ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่ของความมั่นคงแล้ว การทำสัญญาขายไฟฟ้าให้รัฐตามโควตานั้นถือว่ามีความปลอดภัยเทียบเท่าการถือรัฐบาลเลยค่ะ เพราะรัฐมีพันธะในการซื้อไฟจากเราชัดเจนและรัฐก็มีกระแสเงินที่ต่อเนื่องและมั่นคงที่จะใช้ซื้อไฟฟ้าจากเราตลอดอายุสัญญาแน่นอนค่ะ
ขณะเดียวกันอัตราการซื้อไฟฟ้าที่ 6.85 บาท/หน่วยนั้น ก็เป็นอัตราที่ fix ไว้ตามสัญญาระยะยาว ไม่แปรผันตามภาวะดอกเบี้ยในตลาดค่ะ อีกทั้งมีความคุ้มค่าในการลงทุนที่ตลอดอายุสัญญา 25 ปี เราจะได้ทุนคืนตามอัตรานี้และมีกำไรจากการลงทุนนี้ด้วยค่ะ
แม้ว่าการติด Solar Roof จะมีต้นทุนในระดับ 6 แสน-8 แสนบาทก็ตาม แต่ระยะยาวแล้วมีความคุ้มค่า และถ้าจะต้องกู้เงินเพื่อมาติดตั้งยามดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ก็จะกู้ได้โดยมีต้นทุนที่ต่ำด้วยค่ะ
การลงทุนในยามเศรษฐกิจและดอกเบี้ยในตลาดเป็นขาลงเป็นสิ่งที่เราต้องพิถีพิถันและใส่ใจกว่าปกติค่ะ การลงทุนในภาวะเช่นนี้นั้นแนวทางหลักควรเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่คงที่ มั่นคง ปลอดภัย และไม่ถูกกระทบจากปัจจัยมหภาคมากนัก
ดิฉันเชื่อว่าการลงทุนติด Solar Roof เพื่อขายไฟฟ้าตามโควตารัฐน่าจะเป็นช่องทางหนึ่งที่ตอบโจทย์ในช่วงนี้ได้ดีค่ะ อีกทั้งยังเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมดีๆ ให้อยู่คู่โลกไปจนถึงรุ่นลูกหลานเราต่อไปอีกด้วยค่ะ







