posttoday
5ปี ‘ซีแอลเอ็มวี’ สะพรั่ง เร่งบุกก่อนตลาดพลิกโฉม

5ปี ‘ซีแอลเอ็มวี’ สะพรั่ง เร่งบุกก่อนตลาดพลิกโฉม

11 พฤษภาคม 2558

ตลาดซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ถือเป็นตลาด 4 ประเทศที่ใกล้ชิดกับไทยมากที่สุด

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ตลาดซีแอลเอ็มวี ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ถือเป็นตลาด 4 ประเทศที่ใกล้ชิดกับไทยมากที่สุด และเป็นตลาดที่ขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ที่มีจังหวะเติบโตน่าสนใจ เหมาะแก่การลงทุนนับจากนี้

อย่างไรก็ดี แม้จะมีโอกาสน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งก็ยังคงหวาดหวั่นกับการเข้าไปทดลองตลาดเหล่านี้ ล่าสุดในงานสัมมนา “เจาะลึก กัมพูชา-ลาว-เมียนมาร์-เวียดนาม” จัดโดยสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิทยากรต่างยืนยันตรงกันว่า ขณะนี้คือจังหวะที่ควรทดลองตลาดซีแอลเอ็มวี

ธาราบดี ซึ้งอดิชัยวิทย์ผู้จัดการทั่วไป สาขาในประเทศเวียดนาม ธนาคารกรุงเทพ บอกว่า เศรษฐกิจของเวียดนามกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นฐานการผลิตที่ “สวยสะพรั่ง” ไม่มีเงินเฟ้อ การส่งออกมีแนวโน้มเติบโตแบบยกกำลัง สังเกตว่าปีที่ผ่านมายอดส่งออกรถยนต์เติบโตเกือบ 100% ปัจจัยบวกด้านเศรษฐกิจและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่เวียดนามมี ทำให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุนอย่างต่อเนื่อง

“ถ้าไม่รีบเข้าไปเจาะตลาดเวียดนามภายใน 5 ปีนี้ อีก 5 ปี ตลาดเวียดนามจะกลายเป็นอีกเรื่องหนึ่งแล้ว”

สำหรับการเจาะตลาดเวียดนามค่อนข้างยากกว่าประเทศอื่นในซีแอลเอ็มวี โดยเฉพาะเรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคลและการจับมือร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น นอกจากนี้ ในแง่พฤติกรรมผู้บริโภคระหว่างคนในแถบเวียดนามตอนเหนือกับเวียดนามตอนใต้ก็แตกต่างกันมาก ผู้ที่สนใจเข้าไปลงทุนควรต้องศึกษาเรื่องดังกล่าวให้ดี

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมามีบริษัทไทยที่เข้าไปเจาะตลาดเวียดนามแล้วประสบความสำเร็จมาบ้างแล้ว เช่น บริษัทผลิตปลากระป๋องรายหนึ่งที่ขึ้นแท่นเป็นเบอร์ 1 ในตลาดเวียดนาม มียอดขายเดือนละ 8 ล้านกระป๋อง

ด้าน ปณิธาน ปวโรฬารวิทยา ประธานสภาธุรกิจไทย-พม่า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ทุกฝ่ายในพม่าเห็นตรงกันว่า อองซานซูจี ผู้นำฝ่ายค้านของพม่า เข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลหลังการเลือกตั้งช่วงปลายปีนี้ เพื่อให้ภาพลักษณ์ของพม่าดีขึ้นในสายตาประชาคมโลก หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้อองซานซูจีลงเลือกตั้งได้ และเข้ามามีตำแหน่งในรัฐบาลใหม่ เชื่อว่าจะเกิดความเปลี่ยนแปลงชัดเจน

“จากที่เคยโดนคว่ำบาตรจากหลายประเทศก็อาจแก้ไขได้ บริษัทที่ใช้นอมินีเข้ามาลงทุนหรือเคยอยู่ใต้ดินก็จะโผล่ขึ้นมาบนดินทันที การสะพรั่งของธุรกิจจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ใครไม่เคยเข้าพม่าต้องรีบ”

ปณิธาน ย้ำว่า พม่ายังขาดของทุกอย่างที่ควรจะมี หรือบางอย่างถึงมีแล้วก็ยังมีช่องว่างตลาดให้เติบโต หากใครมีของจะขายควรหาโอกาสเข้าไปเลย โดยอาจเริ่มต้นจากการเข้าไปหาคู่ค้าก่อนก็ได้ อย่างไรก็ตาม พม่ายังมีปัจจัยเสี่ยงบางประการ เช่น กฎหมายเปลี่ยนแปลงเร็ว โลจิสติกส์ดีขึ้น แต่ยังควบคุมต้นทุนได้ลำบาก

ขณะที่ ณรงค์ ตนานุวัฒน์ ประธานกรรมการ บริษัท มีโชค มาร์เก็ตติ้ง บอกว่า หลายคนอาจคิดว่าลาวเป็นประเทศที่ประชากรน้อย ประชากร 6 ล้านคน ยังอาศัยอยู่ในป่าราว 3 ล้านคน ไม่น่าจะมีโอกาสสำหรับภาคธุรกิจ แต่ในความเป็นจริงชาวลาวมีกำลังซื้อ สังเกตว่าคนลาวข้ามฝั่งมาซื้อของจากห้างค้าปลีกของไทยทุกวันเสาร์-อาทิตย์

“ตอนนี้จีนกับเวียดนามจะเข้าไปสร้างห้างค้าปลีกในลาวรวมกันถึง 8 ห้าง เราจึงตัดสินใจเข้าไปร่วมทุนกับท้องถิ่นพัฒนาคอมมูนิตี้มอลล์ในนั้น ชื่อ วิวมอลล์ ซึ่งจะเปิดตัวปลายปีนี้ เพราะเราเห็นว่าถ้าช้า กว่าจะรู้ตัวอีกทีคนลาวก็ไม่มาซื้อของในไทย และเราก็เข้าไปเจาะตลาดเขาไม่ทันแล้ว”

ด้าน สมศักดิ์ รินเรืองสิน อดีตนายกสมาคมนักธุรกิจไทยในกัมพูชา บอกว่า กัมพูชามีข้อดีหลายประการ ได้แก่ การเมืองนิ่ง การเคลื่อนย้ายเงินเข้า-ออกประเทศสะดวกที่สุดในกลุ่มซีแอลเอ็มวี เป็นประเทศที่ผู้คนกล้าใช้เงิน กล้าจับจ่ายใช้สอยอย่างเต็มที่

“หากจะเริ่มต้นธุรกิจในกัมพูชา ควรเริ่มต้นจากส่งออกสินค้าไปยังกัมพูชาก่อน ไม่ควรเริ่มต้นด้วยการตั้งโรงงานเลย เพราะกัมพูชามีข้อเสียเรื่องขาดแคลนอุตสาหกรรต้นน้ำ ทำให้ต้องนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบต้นน้ำจากประเทศอื่น ส่งผลต่อต้นทุนสินค้า” สมศักดิ์ แนะนำ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ