
'พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี' เลือกหุ้นเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม
“พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไลฟ์สไตล์ ที่ประสบความสำเร็จและกำลังเติบโตมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในอนาคต
“พิชเยนทร์ หงษ์ภักดี” ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไลฟ์สไตล์ ที่ประสบความสำเร็จและกำลังเติบโตมาเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในอนาคต
ผู้ชายวัย 37 ปีคนนี้ เป็นนักลงทุนที่เริ่มต้นจากการศึกษาเรื่องหุ้นเยอะ เพราะปกติถ้าไม่รู้จักอะไรก็จะไม่ทำสิ่งนั้น หรือถ้าคิดจะลงทุนอะไรแล้วก็ต้องรู้เรื่องนั้นๆ อย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยพื้นฐาน หรือนักลงทุนหุ้นแบบเน้นคุณค่า (วีไอ) ซึ่งมีความแตกต่างในการทำธุรกิจ เพราะเมื่อก่อนคือเอากระเป๋าคนอื่นมาบริหาร แต่ตอนนี้เอากระเป๋าหรือเงินของตัวเองมาบริหารเองก็รู้สึกไปอีกแบบหนึ่ง เพราะเรื่องหุ้นเป็นเรื่องที่ต้องมีฝั่งหนึ่งได้และมีฝั่งหนึ่งเสียเสมอ
และอีกส่วนหนึ่งก็ได้รับการปรับทัศนคติในการลงทุน ซึ่งได้รับการแนะนำวิธีการลงทุนจากเพื่อนที่เป็นการลงทุนแนวเน้นคุณค่าด้วย
อย่างไรก็ดี ก็จะพิจารณาว่าบริษัทนั้นทำอะไรและตัวเองต้องศึกษาจนมีความเข้าใจในระดับหนึ่ง แต่จุดสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจว่าจะมีการลงทุน คือ ผู้บริหาร เพราะรู้สึกว่าผู้บริหารจะเป็นตัวแปรสำคัญอย่างหนึ่งว่าจะนำพาบริษัทไปในทิศทางไหน ประกอบกับคิดในฐานะที่ตัวเองเป็นผู้บริหารด้วยว่า จากประสบการณ์มันชี้วัดชัดเจนว่าบริษัทจะเป็นอย่างไรในอนาคต ผู้บริหารมีส่วนสำคัญมาก นอกจากนั้น หุ้นนั้นจะต้องมีแนวโน้มเป็นหุ้นเติบโตอย่างต่อเนื่อง
หุ้นที่ลงทุนคือ บริษัท บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY) เพราะชอบในหลักการบริหารของ “สุวิน ไกรภูเบศ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เคยได้ฟังบรรยายและเห็นวิธีการบริหารงาน บริษัท สต๊อกสินค้า และหลักการทำตลาดที่ดี จนสุดท้ายมาปรากฏในผลประกอบการที่เติบโตต่อเนื่อง แม้ช่วงที่เศรษฐกิจไทยอ่อนแอแต่เขาก็อยู่ได้ โดยตัวนี้เขาได้เข้าไปซื้อตั้งแต่ที่ราคา 22 บาท จนตอนนี้ราคาก็ปรับขึ้นมาระดับ 40 บาท
ขณะที่บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) ผู้ประกอบการโรงพยาบาลกรุงเทพ ก็ถือเป็นหุ้นที่มีการซื้อกิจการอย่างต่อเนื่อง บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) ก็มีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง บริษัท วี จี ไอ โกลบอล มีเดีย (VGI) ก็เป็นบริษัทลูกของบริษัท บีทีเอสกรุ๊ป บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต (BLA) และตัวล่าสุดที่เพิ่งเข้าลงทุนคือ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส (FSMART) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการตู้เติมเงินครบวงจรที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ
หลักการลงทุนหุ้นแต่ละตัว คือ ต้องมีความแตกต่างในอุตสาหกรรมนั้น มีนโยบายการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจน มีความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมนั้น และมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งหวังที่จะต้องได้รับปันผล โดยส่วนต่างราคาที่ได้มากก็ถือว่าเป็นกำไรจากการลงทุน
สำหรับเงินลงทุนที่มีอยู่ พอร์ตส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนระยะยาวให้เงินงอกเงยไปเรื่อยๆ แต่การจะเพิ่มเติมเงินจำนวนไปแต่ละครั้งจะเป็นหลักแสนบาท มีเท่าไรก็จะแบ่งไปเฉลี่ยลงทุนเรื่อยๆ ในหุ้นที่มีอยู่เดิมแล้ว เพราะถือว่าเป็นการเติมเงินระยะยาวไปเรื่อยๆ







