
ไฟแนนซ์ยึดรถ
เห็นพาดหัวข่าว “สาวซิ่งเก๋งหนี เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์สวมหัวใจสิงห์เกาะท้ายกระโปรงรถตามยึด” นโยบาย “รถคันแรก” เริ่มส่งพิษ ทำให้ผู้ที่ซื้อรถคันแรกที่ไม่สามารถผ่อนส่งได้ถูกยึดรถ และฟ้องร้องดำเนินคดีมากขึ้น
เห็นพาดหัวข่าว “สาวซิ่งเก๋งหนี เจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์สวมหัวใจสิงห์เกาะท้ายกระโปรงรถตามยึด” นโยบาย “รถคันแรก” เริ่มส่งพิษ ทำให้ผู้ที่ซื้อรถคันแรกที่ไม่สามารถผ่อนส่งได้ถูกยึดรถ และฟ้องร้องดำเนินคดีมากขึ้น
7 เทคนิครับมือไฟแนนซ์เมื่อกำลังถูกยึดรถ
1.ไฟแนนซ์มักจะข่มขู่ให้ผู้เช่าซื้อรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ค่าติดตามยึดรถ ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล ฯลฯ ในอัตราที่สูงมาก ซึ่งความจริงแล้วไม่สามารถเรียกค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้ตามอำเภอใจ
2.ไฟแนนซ์สามารถยึดรถได้ เมื่อผู้เช่าซื้อจะต้องค้างชำระค่าเช่าซื้อ 3 งวดติดต่อกัน ก่อนยึดรถอีก 1 เดือน รวมเป็น 4 เดือน แต่ถ้าไฟแนนซ์ยึดรถก่อนหน้านี้จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ซึ่งคุ้มครองเกี่ยวกับเรื่องสัญญา
3.การยึดรถถ้าผู้เช่าซื้อไม่ยินยอมให้ยึดรถ ไฟแนนซ์จะยึดรถไม่ได้ ถ้ามีการบังคับขู่เข็ญหรือไล่ให้ผู้เช่าซื้อลงจากรถหรือกระชากกุญแจรถไป หรือเอากุญแจสำรองมาเปิดรถและขับหนีไป การกระทำดังกล่าวมีความผิดต่อเสรีภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 309 และถ้ากระทำการโดยมีอาวุธหรือร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
4.เมื่อผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ ไม่ควรให้ไฟแนนซ์ยึดรถ เพราะถ้าถูกยึดรถแล้วเราก็จะหมดอำนาจต่อรอง และหลังจากยึดรถไปแล้ว ไฟแนนซ์จะนำรถไปขายทอดตลาดในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาดมาก แถมเมื่อได้เงินมาไม่เพียงพอกับค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระไฟแนนซ์ก็จะเรียกค่าเสียหายในส่วนนี้จากเราเพิ่ม
5.ในกรณีที่เราถูกยึดรถและไฟแนนซ์มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ส่วนที่เหลือ อย่าตกใจให้หาทนายสู้คดี
6.เมื่อแพ้คดี ไฟแนนซ์อาจจะฟ้องร้องยึดทรัพย์สินที่มีชื่อเราครอบครองเท่านั้น แต่ก็ไม่ได้สามารถข่มขู่ตามมายึดทรัพย์ของญาติพี่น้องเราได้
7.ถ้าไม่มีเงินจ่ายไฟแนนซ์ ไม่ต้องกลัวจะต้อง “ติดคุก” เนื่องจากเป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่คดีอาญา
สุดท้ายการเป็นหนี้ไฟแนนซ์ไม่ต้องคิดสั้นหรือลาออกจากงาน ถ้าไฟแนนซ์นำเรื่องเราไปประจานให้เพื่อนร่วมงานหรือผู้บังคับบัญชาทราบ ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาท ข้อมูลเหล่านี้ให้รู้เอาไว้ เพื่อที่จะได้ไม่โดนข่มขู่และเสียเปรียบ แต่อย่าเอาไปใช้ในทางที่ไม่ถูกไม่ควร (เครดิต : ทนายพี)







