
เด็กแช่แข็ง
โดย...รุจิระ บุนนาค
โดย...รุจิระ บุนนาค
ข่าวสองสามีภรรยาเจ้าของบริษัทผลิตและวิจัยเครื่องมือทางการแพทย์ บริจาคเงินให้มูลนิธิอัลคอร์ไลฟ์ เอ็กซ์เทนชั่น ในรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา เพื่อให้เก็บระบบประสาทส่วนกลางหรือสมองไว้พร้อมกับเซลล์บางส่วน ของบุตรสาววัย 2 ขวบ ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งสมอง ด้วยวิธี “ไครโอนิกส์” หรือการเก็บรักษาเซลล์และร่างกายมนุษย์ในไนโตรเจนเหลวภายใต้อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียส
โดยหวังว่าในอนาคตหากวิทยาการทางการแพทย์เจริญก้าวหน้า อาจจะมีวิธีปลุกชีวิตลูกสาวที่มีความทรงจำเดิมขึ้นมาใหม่ได้นั้น กลายเป็นข่าวใหญ่และเป็นที่สนใจของคนทั่วไป
วงการแพทย์เผยว่า การเก็บรักษาเซลล์ของมนุษย์ภายใต้อุณหภูมิ -196 องศาเซลเซียสนั้น สามารถทำได้นานแล้ว เช่น การแช่แข็งเซลล์ไข่ เซลล์สเปิร์ม หรือเซลล์มะเร็งชนิดต่างๆ ซึ่งเซลล์ถูกนำกลับมาเพาะเลี้ยงอีกครั้งในห้องปฏิบัติการได้
ที่ผ่านมาวิทยาการทางการแพทย์ที่ถือว่าก้าวหน้าที่สุด มีเพียงกระบวนการที่เรียกว่า การโคลนนิ่งเท่านั้น แต่การโคลนนิ่งนี้อยู่ในขั้นทดลองกับสัตว์ซึ่งสามารถทำได้แล้ว แต่สิ่งที่มีชีวิตที่ผ่านกระบวนการโคลนนิ่งนี้จะเป็นเพียงฝาแฝดเท่านั้น แต่จะไม่มีความทรงจำเดิมกลับมา
ในกรณีของสองสามีภรรยานี้หวังมากไปกว่านั้น คือหวังว่าหากลูกสาวสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ก็ขอให้มีความทรงจำเดิมกลับมาด้วย ซึ่งหากวิทยาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีในอนาคตสามารถทำได้ ก็เป็นเรื่องที่โชคดีและน่ายินดีด้วย และจะเป็นประโยชน์ไม่ใช่เฉพาะครอบครัวนี้เท่านั้น แต่จะเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติโดยส่วนรวม ที่จะได้ทราบประวัติศาสตร์ความเป็นมาของมนุษย์
อย่างเช่นเมื่อเร็วๆ นี้ได้มีการค้นพบศพเด็กอายุ 15 ปี ถูกแช่แข็งนานราว 500 ปี ที่ประเทศชิลี ซึ่งเป็นศพมนุษย์ที่นานและสภาพสมบูรณ์ที่สุด โดยภายในร่างกายยังมีเลือด อวัยวะส่วนต่างๆ อยู่ครบถ้วน หากวิทยาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีอนาคตสามารถช่วยบุตรสาวของสองสามีภรรยาฟื้นขึ้นมาได้ ก็จะสามารถทำให้เด็กแช่แข็งนาน 500 ปี ที่ประเทศชิลีฟื้นมาได้เข่นกัน
แม้จะเป็นสิ่งที่หวังผลได้ยาก แต่ก็เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความรักความผูกพันที่บิดามารดามีต่อบุตรที่รักของตน และเป็นความหวังอันสูงสุดของคนที่เป็นบิดามารดา ที่ต้องการจะให้สิ่งอันเป็นที่รักที่สูญเสียไปนั้นกลับคืนมา
ในทางกฎหมายแล้ว สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก และสิ้นสุดลงเมื่อตาย ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 15 จึงถือได้ว่า สภาพบุคคลของเด็กหญิงดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว ถ้าเป็นการเสียชีวิตในดินแดนของประเทศไทย ต้องแจ้งต่อนายทะเบียนราษฎร เพื่อให้นายทะเบียนออกหลักฐานการตาย (ใบมรณบัตร) ให้ตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551
หากมนุษย์ที่ถูกแช่แข็งทั้งร่างกายด้วยวิธี “ไครโอนิกส์” นี้ สามารถฟื้นคืนชีพได้ด้วยวิทยาการทางการแพทย์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ในอนาคตในร่างเดิม กรณีนี้อาจอนุเคราะห์ได้ว่ายังมีชีวิตอยู่ ซึ่งต้องร้องขอต่อศาลให้รับรองสภาพบุคคลขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถ้าไม่ได้เป็นการแช่แข็งทั้งร่างกายอย่างกรณีของเด็กหญิงข้างต้น ที่เป็นเพียงการเก็บสมองกับเซลล์บางส่วนไว้เท่านั้น หากวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่สามารถทำให้มีชีวิตขึ้นใหม่ได้ ก็ไม่เรียกว่าเป็นการเกิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องจากไม่ได้เกิดจากครรภ์มารดา และอาจต้องร้องขอต่อศาลเพื่อให้รับรองสภาพบุคคลขึ้นใหม่เช่นกัน
ในทางพระพุทธศาสนานั้น การเกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของสัตว์ทั้งหลาย โดยเฉพาะในเรื่องของความตายนั้นห้ามไม่ได้ ดังที่ครั้งหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศลเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ เมืองสาวัตถี กราบทูลว่า พระอัยยิกาของพระองค์ซึ่งมีพระชนมายุ 120 พรรษา ได้เสด็จทิวงคตแล้ว ถ้าจะขอแลกชีวิตพระอัยยิกากับช้างแก้ว ม้าแก้ว หรือบ้านส่วยได้ก็จะขอแลก พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า สัตว์ทั้งหลายมีความตายเป็นธรรมดา มีความตายเป็นที่สุด เลี่ยงความตายไม่ได้ ย่อมเป็นไปตามกรรมที่เขาทำ







