posttoday
เงินทุนยังไหลออก ต่อเนื่องเดือนที่ 8

เงินทุนยังไหลออก ต่อเนื่องเดือนที่ 8

05 พฤษภาคม 2558

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือน มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินทุนไหลออกไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเดือนที่ 8 โดยมีมูลค่า 184 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,035 ล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนถั่วเฉลี่ยที่ ธปท.ประกาศที่ 32.8 บาท/เหรียญสหรัฐ ลดลง 81% และ 18% ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้า ที่มีเงินทุนไหลออก 992 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.25 หมื่นล้านบาท เป็นการไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนไทยเป็นสำคัญ

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายในเดือน มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา พบว่ามีเงินทุนไหลออกไปต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเดือนที่ 8 โดยมีมูลค่า 184 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6,035 ล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนถั่วเฉลี่ยที่ ธปท.ประกาศที่ 32.8 บาท/เหรียญสหรัฐ ลดลง 81% และ 18% ตามลำดับ จากเดือนก่อนหน้า ที่มีเงินทุนไหลออก 992 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.25 หมื่นล้านบาท เป็นการไหลออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่องของนักลงทุนไทยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญของเงินทุนไหลออกในเดือน มี.ค. ได้แก่ 1.การลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทย โดยเฉพาะการลงทุนโดยตรง ธุรกิจที่สำคัญ ได้แก่ การผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และการลงทุนในโฮลดิ้งคอมพานี (Holding Company) รวมทั้งการลงทุนในหลักทรัพย์ โดยเฉพาะตราสารทุนในสหรัฐ ลักเซมเบิร์ก และฮ่องกง ของกองทุนรวมเพื่อการลงทุนต่างประเทศ (Foreign Investment Fund : FIF) 2.มีการชำระคืนสินเชื่อการค้าของผู้น้าเข้าที่มากกว่าการได้รับสินเชื่อการค้าใหม่ สอดคล้องกับมูลค่าการนำเข้าที่หดตัวต่อเนื่อง ตามการชะลอตัวของอุปสงค์ภายในประเทศและราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ดี ในเดือน มี.ค. มีส่วนของเงินทุนไหลเข้ามาเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าด้วย อาทิ

1.การกลับเข้ามาลงทุนในหลักทรัพย์ไทยของนักลงทุนต่างชาติเป็นเดือนแรก หลังจากที่เป็นการขายสุทธิติดต่อกันในช่วง 7 เดือนก่อน โดยในเดือน มี.ค. นักลงทุนต่างชาติมีการซื้อสุทธิทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนสอดคล้องกับตลาดอื่นๆ ในภูมิภาค ตามการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด มีแนวโน้มชะลอการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายออกไป เนื่องจากผลการประชุมของเฟดมีการรายงานว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้

2.การกู้ยืมระยะสั้นจากต่างประเทศของธนาคารพาณิชย์ เพื่อปรับฐานะเงินตราต่างประเทศมีมากขึ้น สอดคล้องกับความต้องการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนของผู้ส่งออก และนักลงทุนไทยที่เพิ่มขึ้นตามมูลค่าการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน รวมทั้งการออกไปลงทุนต่างประเทศที่มีอยู่ต่อเนื่อง และ

3.การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจบริการทางการเงินและประกันภัย การขุดเจาะปิโตรเลียมและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากประเทศสิงคโปร์ จีน และฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ธปท.ยังรายงานดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิในไตรมาสแรกของปี 2558 ซึ่งเป็นการไหลออกต่อเนื่องเป็นไตรมาส 3 แล้ว โดยไตรมาสแรกเงินทุนไหลออกมีมูลค่า 3,995 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.31 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.3% และ 42.29% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีเงินทุนไหลออก 6,925 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.27 แสนล้านบาท

ซึ่งเป็นการไหลออกจากการที่นักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในรูปแบบการลงทุนโดยตรงและการลงทุนในหลักทรัพย์ทั้งตราสารหนี้และตราสารทุนผ่านกองทุน FIF เพื่อเพิ่มโอกาสในการหาผลตอบแทนที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและกระจายความเสี่ยงในการลงทุน

ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์ได้มีการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น และนำเงินออกไปฝากในต่างประเทศเพื่อปรับฐานะเงินตราต่างประเทศให้สอดคล้องกับการทำธุรกรรมป้องกันความเสี่ยงของผู้ส่งออกและนักลงทุนไทยที่ปรับลดลง นอกจากนี้นักลงทุนต่างชาติยังคงมียอดขายสุทธิหลักทรัพย์ไทย ต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เพื่อลดการถือครองสินทรัพย์เสี่ยงในช่วงที่ตลาดการเงินโลกผันผวนจากทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของประเทศหลัก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ