
ครองสิทธิข้ามสื่อ ตามรัฐธรรมนูญใหม่
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2558 เสร็จแล้ว
คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2558 เสร็จแล้ว และอยู่ในขั้นตอนการนำเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปแห่งชาติพิจารณา นักวิชาการและประชาชนผู้สนใจต่างแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญกันกว้างขวาง
ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้กำหนดหลักการสำคัญที่เป็นเรื่องใหม่และน่าสนใจ ในเรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อ ซึ่งถือเป็นเรื่องใหม่ บัญญัติไว้ในมาตรา 48 วรรค 5 ที่ระบุว่า
"เจ้าของกิจการสื่อมวลชนต้องเป็นพลเมือง และพลเมืองไม่อาจเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชน หรือผู้ถือหุ้น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม หลายกิจการ ในลักษณะที่อาจมีผลเป็นการครอบงำหรือผูกขาดการนำเสนอข้อมูลข่าวสารหรือความคิดเห็นต่อสังคม หรือมีผลเป็นการขัดขวางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือปิดกั้นการได้รับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ"
รัฐธรรมนูญ มาตรา 50 วรรคท้าย ยังบังคับใช้กรณี วิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม จะต้องไม่ดำเนินการในลักษณะที่อาจมีผลเป็นการครองสิทธิข้ามสื่อตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 48 วรรค 5 นี้เช่นกัน
หลักการเรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อที่บัญญัติไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มีความหมายว่า ผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนที่เป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม ต้องเป็นคนไทย และไม่สามารถเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนได้หลายกิจการในเวลาเดียวกัน ในลักษณะที่มีอำนาจครอบงำหรือผูกขาดการเสนอข้อมูลหรือข่าวสาร และความคิดเห็นต่อสังคม หรือมีผลขัดขวางการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร หรือปิดกั้นในการรับข้อมูลข่าวสารที่หลากหลายของประชาชน
หลักการดังกล่าวเมื่อพิจารณาให้ดีแล้วจะเห็นว่ายังไม่สอดคล้องกับความเป็นไปในสังคมปัจจุบันอย่างแท้จริง เพราะความหมายของสื่อมวลชนที่เป็นหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม ยังรวมไปถึงสื่อที่เกิดขึ้นใหม่ อย่างเช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ
ปัจจุบันในทางปฏิบัติกิจการหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และโทรคมนาคม ต่างก็มีช่องทางในการเผยแพร่ข่าวสารและเสนอความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ และโซเชียลมีเดียต่างๆ ในเวลาเดียวกัน ทั้งยังมีแอพพลิเคชั่นต่างๆ เช่น โมบายแอพพลิเคชั่นที่เผยแพร่ข่าวสารผ่านทางข้อความสั้น (SMS) ทางโทรศัพท์มือถือด้วย
นอกจากประชาชนคนธรรดาทั่วไปที่มีเฟซบุ๊ก ไลน์กลุ่ม ทวิตเตอร์ และเว็บไซต์ต่างๆ ที่แสดงความคิดเห็นต่างๆ ก็จะต้องถือว่าเป็นเจ้าของกิจการสื่อมวลชนด้วยโดยสภาพ และอาจทำผิดกฎหมายนี้ได้โดยไม่รู้ตัว
ในต่างประเทศไม่มีการกำกับให้การประกอบกิจการทุกประเภทมาใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน และไม่มีการนำหลักเกณฑ์การครองสิทธิข้ามสื่อมาบังคับใช้กับกิจการโทรคมนาคม เช่น โทรศัพท์ ซึ่งแตกต่างจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แต่จะใช้การกำกับดูแลผ่านกฎหมายป้องกันการผูกขาดเท่านั้น
ดังนั้น ร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อดังกล่าวนี้ จึงยังไม่สอดคล้องกับสภาพสังคมในปัจจุบัน และจะเป็นการปิดกั้นช่องทางการนำเสนอข้อมูล ข่าวสาร อันเป็นประโยชน์ต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ซึ่งเรื่องนี้ทั้งสภานิติบัญญัติแห่งชาติและสภาปฏิรูปแห่งชาติ ตลอดจน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ควรให้ความสนใจและพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในเรื่องการครองสิทธิข้ามสื่อนี้เป็นที่ยอมรับและใช้บังคับได้อย่างจริงจัง







