
อาเซียนจ่อบุกซ่อมเครื่องบิน
เปิดช่องชาติอาเซียนถือหุ้นกิจการซ่อมบำรุงอากาศยาน 70% หลัง ครม.ไฟเขียวไทยให้สัตยาบันขนส่งอากาศอาเซียนเพิ่ม
เปิดช่องชาติอาเซียนถือหุ้นกิจการซ่อมบำรุงอากาศยาน 70% หลัง ครม.ไฟเขียวไทยให้สัตยาบันขนส่งอากาศอาเซียนเพิ่ม
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2558ได้เห็นชอบให้สัตยาบันพิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 8 ของบริการขนส่งทางอากาศภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการของอาเซียน ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ
ทั้งนี้ เมื่อไทยได้อนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 8 แล้ว จะมีการปรับหลักเกณฑ์จัดตั้งสถานประกอบการให้บริการซ่อมและบำรุงรักษาอากาศยานในส่วนของหน่วยซ่อมอากาศยานประเภทที่ 2 สำหรับการบำรุงรักษาส่วนประกอบสำคัญของอากาศยาน และประเภทที่ 3 สำหรับการบำรุงรักษาบริภัณฑ์และชิ้นส่วนของอากาศยาน โดยเพิ่มสัดส่วนการ
ถือหุ้นของสมาชิกอาเซียนจากเดิมที่อนุสัญญาชุดที่ 7 เสนอไว้ที่ 51% เป็น 70%
อย่างไรก็ตาม หลังจาก ครม.ได้ให้ความเห็นชอบแล้วจะส่งพิธีสารดังกล่าวให้คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาก่อนเสนอต่อ สนช. และมอบให้กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ดำเนินการมอบสัตยาบันสารของพิธีสารดังกล่าวให้แก่เลขาธิการอาเซียน เพื่อรับทราบการให้สัตยาบันพิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 8
สำหรับพิธีสารเพื่ออนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 8 จะมีผลบังคับใช้เมื่อประเทศสมาชิกอาเซียนจำนวน 6 ประเทศขึ้นไปให้สัตยาบัน และจะมีผลบังคับใช้เฉพาะประเทศที่ให้สัตยาบันแล้วเท่านั้น โดยกระทรวงคมนาคมแจ้งว่าในส่วนการเจรจาการค้าบริการด้านการขนส่งทางอากาศนี้ เป็นการดำเนินการตามกรอบความตกลงว่าด้วยการบริการของอาเซียน มีวัตถุประสงค์เพื่อการเปิดเสรีบริการด้านการขนส่งทางอากาศ 13 บริการ โดยที่ผ่านมาประเทศไทยได้ยื่นข้อผูกพันเสรีบริการขนส่งทางอากาศแล้ว 5 บริการ ได้แก่ 1.บริการซ่อมและบำรุงรักษาอากาศยาน
2.การขยายและการตลาดของบริการขนส่งทางอากาศ 3.บริการสำรองที่นั่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์ 4.บริการให้เช่าอากาศยานแบบไม่มีลูกเรือ และ 5.บริการตัวแทนจัดการขนส่งสินค้าทางอากาศ และได้เจรจาทำข้อผูกพันชุดที่ 7 และชุดที่ 8 ในปี 2553-2554 และ 2555-2556 ตามลำดับ
ก่อนหน้านี้ ในการอนุวัติข้อผูกพันชุดที่ 7 ซึ่ง ครม.ได้เห็นชอบเมื่อเดือน ต.ค. 2557 ไทยได้เสนอให้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจบริการสำรองที่นั่งด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เสนอให้ยกเลิกการจำกัดจำนวนสำนักงานตัวแทนจำหน่ายของสายการบินเพียง 1 แห่ง แต่คงสัดส่วนการถือหุ้นของสมาชิกอาเซียนไว้ที่ 49% พร้อมทั้งเสนอการประกอบธุรกิจบริการให้เช่าอากาศยานแบบมีลูกเรือ โดยเปิดตลาดให้สมาชิกกลุ่มอาเซียนเข้ามาถือหุ้นได้ไม่เกิน 49% ของทุนทั้งหมด
นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบตัวบทสุดท้ายของการแก้ไขพิธีสารเกียวโตและภาคผนวกของพิธีสารเกียวโต ซึ่งมีสาระสำคัญ คือ กำหนดให้ประเทศภาคีซึ่งเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ต้องมีเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกร่วมกันในช่วงปี 2556–2563 ในระดับที่ต่ำกว่าปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปี 2533 อันเป็นปีฐานอย่างน้อย 18% โดยที่สาระอื่นๆในพิธีสารเกียวโตยังคงไว้เช่นเดิมตามที่ประเทศไทยได้เคยให้สัตยาบันไว้แล้ว







