
ประมูลทรัพย์ จากกรมบังคับคดี
โดย...ชัตน์วรี
โดย...ชัตน์วรี
เห็นข่าว “รัฐบาล” เดินหน้าลุยไล่เช็กบิลผู้ที่บุกรุกที่ดินอุทยาน “เขาใหญ่” แม้ผู้ที่ซื้อที่ดินในโครงการเขาใหญ่จะยกข้ออ้างว่า ทรัพย์สินที่ซื้อมาผ่านโครงการถูกต้องมีโฉนด และโครงการดังกล่าวได้มีการประมูลซื้อทรัพย์มาจากกรมบังคับคดี แต่หากสืบสาวลงลึกอาจจะพบว่าการได้มาของโฉนดนั้นไม่ถูกต้องอาจจะทำให้รัฐบาลยึดที่ดินคืนก็ได้
มาทำความเข้าใจการประมูลซื้อทรัพย์สินขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี หรือการซื้อขายบ้านและที่ดินผ่านกรมบังคับคดีนั้น เป็นขั้นตอนของการขายทอดตลาดเพื่อที่จะขายทรัพย์ตามสภาพไม่ว่าจะเป็นบ้าน ที่ดิน คอนโดมิเนียม โรงงาน ฯลฯ ซึ่งล้วนเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกบังคับจำนองหรือบังคับขาย เพื่อชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ โดย “ขายตามสภาพ” ก็คือผู้ขายจะส่งมอบทรัพย์สินนั้นตามสภาพที่เป็นไม่ว่าจะเป็นสภาพที่ดีหรือสภาพที่ย่ำแย่ก็ตาม และการซื้อขายทอดตลาดนั้นกฎหมายก็ไม่ให้ผู้ซื้อเรียกร้องค่าเสียหายกับผู้ขายหากทรัพย์นั้นชำรุดบกพร่อง
ทั้งนี้ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 473 ระบุไว้ว่า “ผู้ขายไม่ต้องรับผิดในความชำรุดบกพร่องในการซื้อทรัพย์สินจากการขายทอดตลาด” นั่นแปลว่าก่อนซื้อทรัพย์ที่เขาประมูลขายทอดตลาด ซึ่งรวมถึงทรัพย์จากกรมบังคับคดี ผู้ที่ประมูลซื้อทรัพย์กรมบังคับคดีต้องหาข้อมูลและสำรวจตรวจสอบทรัพย์สินที่ต้องการซื้อให้ละเอียดที่สุด ไม่ว่าจะเป็นสภาพทรัพย์สิน ทำเลที่ตั้ง ฯลฯ
สอดคล้องกับ น.ส.รื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ออกมาชี้แจงว่า กรมบังคับคดีไม่สามารถยืนยันได้ว่าที่ดินมีการบุกรุกป่าสงวนด้วยหรือไม่ เพราะกรมบังคับคดีทำหน้าที่เพียงยึดทรัพย์ตามที่โจทก์ส่งเอกสารหลักฐานให้ยึดเท่านั้น ภายหลังเรื่องเข้าสู่ระบบบังคับคดีและมีเอกสาร หลักฐานทางราชการถูกต้อง กรมบังคับคดีก็ขายทอดตลาดตามระเบียบขั้นตอน
การประมูลซื้อสินทรัพย์จากกรมบังคับคดียังต้องระมัดระวังการประมูลทรัพย์ที่ยังมีผู้อาศัยอยู่ ซึ่งหลังจากที่ประมูลชนะจากกรมบังคับคดี หากเขาไม่ย้ายออกไปผู้ประมูลได้ก็ต้องไปดำเนินการบังคับคดี ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะทำให้เสียเวลากว่าจะได้เข้าไปใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่ประมูลมาได้ นอกจากนี้ ผู้ประมูลได้ยังต้องรับผิดขอค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าโอน ค่าภาษี ด้วย
ดังนั้น การประมูลซื้อสินทรัพย์ขายทอดตลาดจากกรมบังคับคดี ไม่มีใครมาการันตีว่าทรัพย์สินที่ได้มาถูกต้องและราคาจะถูกกว่าการซื้อตามปกติ ที่สำคัญผู้ซื้อมีการตรวจสอบที่มาของสินทรัพย์นั้นให้ดีก่อนด้วยเดี๋ยวจะได้ไม่คุ้มเสีย







