posttoday
ลุ้นปัญหากรีซคลี่คลาย กนง.ลดดอกเบี้ย

ลุ้นปัญหากรีซคลี่คลาย กนง.ลดดอกเบี้ย

27 เมษายน 2558

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทางปรับลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการรายงานผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการออกมาทรงตัวถึงแย่กว่าคาด ทั้งนี้ เราประเมินการที่หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับลดลงค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม (-3.88% เทียบกับ SET Index -0.73%) น่าจะเกิดจากการที่นักลงทุนชิงลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้ เนื่องจากการลดดอกเบี้ยนโยบายจะมีส่วนกดดันต่อส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (Net interest income หรือ NIM) ซึ่งกระทบต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานได้ ขณะเดียวกันหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเริ่มมีแรงทำกำไรหลังราคาน้ำมันดิบชะลอการขึ้น โดยน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) แกว่งตัวในกรอบ 55-58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

สรุปภาพตลาดหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา : ตลาดหุ้นไทยอยู่ในทิศทางปรับลดลง โดยได้รับแรงกดดันจากการรายงานผลประกอบการกลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน โดยส่วนใหญ่รายงานผลประกอบการออกมาทรงตัวถึงแย่กว่าคาด ทั้งนี้ เราประเมินการที่หุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ปรับลดลงค่อนข้างแรงเมื่อเทียบกับตลาดโดยรวม (-3.88% เทียบกับ SET Index -0.73%) น่าจะเกิดจากการที่นักลงทุนชิงลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มนี้ เนื่องจากการลดดอกเบี้ยนโยบายจะมีส่วนกดดันต่อส่วนต่างดอกเบี้ยรับ (Net interest income หรือ NIM) ซึ่งกระทบต่อแนวโน้มผลการดำเนินงานได้ ขณะเดียวกันหุ้นในกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมีเริ่มมีแรงทำกำไรหลังราคาน้ำมันดิบชะลอการขึ้น โดยน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) แกว่งตัวในกรอบ 55-58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล

จับตาการลดดอกเบี้ยจากการประชุม กนง. : ปัจจัยที่ตลาดน่าจะให้ความสนใจคือการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 29 เม.ย. 2558 ซึ่งตลาดคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจลงอีกครั้ง ทั้งนี้ หากมองจากอัตราดอกเบี้ยแท้จริง (Real interest rate) ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้ กนง.มีช่องว่างในการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลง

นอกจากนี้ หากพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอัตราการกันสำรองธนาคารพาณิชย์ (Requirement reserved rate หรือ RRR) ของจีน กับดอกเบี้ยนโยบายของไทย จะพบว่าเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกัน ดังนั้น ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย คาดว่ามีโอกาสที่เราจะเห็นการลดดอกเบี้ยนโยบายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และรักษาความสามารถในการแข่งขันผ่านการทำให้ค่าเงินบาทอ่อนลง ในการประชุม กนง.รอบ เม.ย. หรือ พ.ค.นี้

ความเสี่ยงเรื่องกรีซยังมีเวลาถึง 12 พ.ค. : แม้ตลาดจะกังวลความเสี่ยงของปัญหาหนี้กรีซ แต่เริ่มมีมุมมองที่ผ่อนคลายลง สะท้อนให้เห็นจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี ที่ลดต่ำลง หากกรีซมีความคืบหน้าเรื่องแผนปฏิรูปในการประชุมวันที่ 24 เม.ย. เราคาดจะเห็นตลาดตอบรับเชิงบวกผ่านค่าเงินยูโรที่แข็งค่าขึ้นและค่าเงินเหรียญสหรัฐที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะยังไม่ได้ข้อสรุป แต่จุดจับตาที่สำคัญจะอยู่ที่การชำระคืนหนี้ให้แก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศงวดต่อไปที่ครบกำหนดชำระวันที่ 12 พ.ค. ซึ่งเราคาดว่าบรรยากาศเชิงบวกของตลาดหุ้นโลกจะยังไม่มีจุดเปลี่ยนก่อนเวลาดังกล่าว

ปัจจัยที่ต้องติดตาม : 1.แผนปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ (24 เม.ย.) 2.การทบทวนตัวเลขส่งออกโดยกระทรวงพาณิชย์ 3.การประชุมนโยบายดอกเบี้ยของ กนง. (29 เม.ย.) และ 4.ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่เหลือ (ครึ่งแรก พ.ค.)

แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุน : ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงมาสู่ 1,540 จุด และมีสัญญาณเชิงบวกจากการฟื้นตัวจากระดับดังกล่าวจนสามารถปิดเหนือ 1,555 จุดได้ ซึ่งทำให้ยังคงภาพของการลุ้นฟื้นตัวสู่ระดับ 1,580 จุด หรือสูงกว่าได้ อย่างไรก็ตาม หากปัญหากรีซยืดเยื้อก็อาจทำให้ดัชนีแกว่งตัวซึมในกรอบ 1,540-1,555 จุด ทั้งนี้ จากการที่ภาพตลาดมีความไม่ชัดเจน ทำให้เราวางกลยุทธ์เน้นเลือกหุ้นรายตัวที่ยังขึ้นน้อย และหุ้นที่มีผลการดำเนินงานฟื้นตัวโดดเด่น ทั้งนี้ ในวันที่ 29 เม.ย. หาก กนง.ลดดอกเบี้ยน่าจะส่งผลบวกต่อหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ อสังหาริม ทรัพย์ และหุ้นที่มีปันผลสูง เช่น กลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ตาม หาก กนง.ตัดสินใจคงดอกเบี้ย เราคาดจะเห็นแรงซื้อกลับในหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังกลุ่มดังกล่าวตอบรับเชิงลบกับการลดดอกเบี้ยมาในระดับหนึ่งแล้ว

หุ้นเด่น : ADVANC, TISCO, SGP, TRT, AP, JSP, SCC และ CPALL

หุ้นเก็งกำไรทางเทคนิค : CNT, TASCO, CYBER, AJP (นักลงทุนควรตั้ง Stop Loss หากหุ้นลง 3-5%)

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน