
BA เนื้อหอมแบงก์ไทย-เทศแห่หนุน
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง
“พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ” กรรมการผู้อํานวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) หรือผู้ประกอบการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส เปิดเผยถึงความรู้สึกภายหลังจากนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นเวลามากกว่า 5 เดือนว่า บริษัทมีสภาพคล่องทางการเงินและฐานทุนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ การเป็นที่สนใจและได้รับข้อเสนอที่ดีขึ้นจากธนาคารพาณิชย์ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ
ในอดีตเมื่อบริษัทต้องการสินเชื่อ ต้องวางหลักประกันก่อนถึงจะเบิกเงินมาใช้ได้ แต่ปัจจุบันทุกอย่างได้ยืดหยุ่นมากขึ้น รวมถึงการที่มีธนาคารพาณิชย์ต่างประเทศได้เริ่มมาเจรจาและเสนอเงื่อนไขสนับสนุนการเงิน จากที่ก่อนหน้านี้มีแต่เพียงธนาคารพาณิชย์ไทยเท่านั้นที่ให้การสนับสนุน ซึ่งทำให้ต้นทุนการกู้เงินถูกลง อีกทั้งหลังปีใหม่มาเริ่มมีนักลงทุนสถาบันทั้งไทยและต่างประเทศติดต่อเข้ามาสอบถามและประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มากขึ้น
ขณะที่ผลทางอ้อมที่เกิดขึ้นแล้ว คือ การได้รับความไว้วางใจและเชื่อมั่นของบริษัทจากธนาคารพาณิชย์มากขึ้น เพราะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านกระบวนการตรวจสอบข้อมูลมามาก ทำให้ได้รับความน่าเชื่อถือ เนื่องจากได้รับหรือเข้าถึงข้อมูลบริษัทที่มากขึ้น ทำให้มีความเข้าใจว่าบริษัทมีการดำเนินการและกลยุทธ์การทำธุรกิจอย่างไรในอนาคต
“จากเดิมบริษัทจะค่อยๆ เติบโตหรือขยายงานตามสภาพคล่องทางการเงินที่มีจากแบงก์และเงินจากสมาชิกในครอบครัวเท่านั้น แต่ตอนนี้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างคล่องตัวและเติบโตได้มากกว่าในระดับเดิม อีกทั้งบริษัทมีแนวโน้มที่จะได้รับความไว้วางใจจากพันธมิตรเก่าและใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะพันธมิตรในข้อตกลงการบินโดยใช้รหัสเที่ยวบินร่วมกัน (โค้ดแชร์) ปัจจุบันมีทั้งหมด 16 แห่ง”พุฒิพงศ์ กล่าว
ปัจจุบันเงินที่ได้จากการระดมทุนเสนอขายหุ้นให้ประชาชนเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) ทั้งหมด 1.3 หมื่นล้านบาท เพิ่งใช้ไปไม่มาก ยังเหลือมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท แต่ได้แบ่งสัดส่วนเพื่อรองรับการขยายงานไว้ทั้งหมดแล้ว
“เราจะใช้ทั้งการขยายการดำเนินงานและการปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่จะค่อยๆ ทยอยใช้ จะไม่หมดในคราวเดียว ตั้งแต่การซื้อเครื่องบินลำใหม่เพื่อขยายฝูงบิน 9,000 ล้านบาท ซึ่งมีข้อสัญญาอยู่แล้วในการสั่งต่อเครื่องบินใบพัดได้มา 9 ลำ จำนวน 1,000 ล้านบาท
นอกจากนั้น ยังใช้ซื้ออุปกรณ์อะไหล่หรือพวกเครื่อง ยนต์สำหรับซ่อมเครื่องบินในฝูงบินเดิม 1,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องบินแล้วทั้งหมด 29 ลำ และภายในปี 2561 คาดว่าจะขยายเป็น 43 ลำ ใช้สำหรับปรับปรุงโรงซ่อมอากาศยานทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองที่ดำเนินการมาแล้วเป็น 10 ปี อีก 1,000 ล้านบาท และสำหรับปรับปรุงสนามบินสมุยอีก 1,000 ล้านบาท ซึ่งในอนาคตจะช่วยเพิ่มผู้โดยสารได้อีก 40% ปกติสนามบินสมุยช่วยสร้างรายได้และอัตราผลตอบแทนที่สูงให้กับบริษัทเป็นอย่างดี
การเข้ามาจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แล้ว ในอนาคตบริษัทยังสามารถเลือกใช้เครื่องมือทางการเงินอื่นอีกเพื่อให้ได้เงื่อนไขและต้นทุนที่ดีสุด ซึ่งก็มีศึกษาเครื่องมือทางการเงินอื่นเตรียมไว้ เช่น หุ้นกู้ กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) ซึ่งบริษัทจะมีความจำเป็นในการใช้เครื่องมือทางการเงิน สำหรับการขยายฝูงบินในอนาคต
อย่างไรก็ดี ผลจากการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังไม่ได้ส่งผลต่อผลประกอบการบริษัทอย่างเห็นได้ชัด แต่จะค่อยๆ ทยอยรับรู้ตามกรณีไป เช่น ขั้นตอนการปรับปรุงสนามบินสมุยกว่าจะเสร็จทั้งหมดอาจนานถึง 2-3 ปี หรือการทยอยในการสั่ง จ่ายเงิน และการรับเครื่องบินที่ไม่ได้ดำเนินการเสร็จภายในปีเดียว
สำหรับผลประกอบการปี 2558 คาดว่าดีขึ้นจากปีก่อน เพราะการท่องเที่ยวมีการฟื้นตัวอย่างเห็นได้ชัด เห็นได้จากยอดจองตั๋วผุู้โดยสารในรอบ 11 เดือนข้างหน้าเติบโตขึ้นถึง 11-12% และตั้งเป้ารายได้เติบโตขึ้น 20% หรืออยู่ที่ 2.4-2.5 หมื่นล้านบาท ในสิ้นปีนี้
พุฒิพงศ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ BA ต้องพยายามในการปรับตัวและปรับปรุงมากขึ้น คือ การสื่อสารให้ไปถึงผู้ถือหุ้นและนักลงทุนมากขึ้น ราคาหุ้นปัจจุบันยังเคลื่อนไหวในระดับที่ต่ำกว่าราคาไอพีโอที่ 25 บาท แต่จริงๆ แล้วจุดเด่นของ BA ก็ยังมีมุมที่แตกต่างจากแห่งอื่น ไม่ว่าจะเป็นการบินที่เป็นพรีเมียม การมีการบริการที่แตกต่างในเส้นทางสายการบินในแถบกลุ่มอินโดจีน ซึ่งอยู่ในเออีซีอยู่แล้ว ที่สำคัญมีการ
กระจายความเสี่ยงของรายได้ตรงที่ไม่ได้พึ่งพาธุรกิจสายการบินเพียงอย่างเดียว แม้ปัจจุบันสัดส่วนรายได้หลักจะมาจากสายการบิน 80% ยังมีธุรกิจสนามบินที่มีสนามบินเป็นของตัวเองถึง 3 แห่ง ที่สมุย สุโขทัย และตราด ธุรกิจอื่นๆ เช่น บริการลูกค้าภาคพื้นและลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิและสมุย บริการครัวการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ฯลฯ
อย่างไรก็ดี อยากให้นักลงทุนมองว่า ที่ผ่านมาบริษัทได้นำสินทรัพย์หลักอย่างสนามบินสมุยขายเข้ากองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์สนามบินสมุย (SPF) มาเกือบ 9 ปีแล้ว และให้อัตราผลตอบแทนที่สูงหรือมากกว่า 7% ต่อปี แต่การขยายงานแต่ละอย่างต้องใช้เงินลงทุนสูง และใช้เวลาสักพักกว่าจะเห็นผล จึงอยากให้มองการลงทุนหุ้น BA แบบระยะ กลางและยาวมากกว่า







