
เบื้องหลัง 'โอลด์ทาวน์ฯ'
โอลด์ทาวน์ ไวท์ คอฟฟี่ เป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารและร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โอลด์ทาวน์ ไวท์ คอฟฟี่ เป็นแฟรนไชส์ร้านอาหารและร้านกาแฟที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ก่อตั้งเมื่อปี 2542 โดยเริ่มต้นจากการเป็นโรงงานผลิตเครื่องดื่มกาแฟสำเร็จรูปแบบทรีอินวัน ภายใต้ชื่อแบรนด์ “โอลด์ทาวน์” ซึ่งได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วประเทศ พร้อมส่งออกไปตีตลาดอื่นๆ ในเอเชีย เช่น สิงคโปร์ จีน ฮ่องกง
ต่อมาในปี 2548 ได้เริ่มแตกหน่อธุรกิจขยับขยายสู่แวดวงร้านอาหาร ชูจุดเด่นของบรรยากาศแบบโบราณ จนปัจจุบันได้ขยายสาขาทั้งในมาเลเซียและต่างประเทศอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และสิงคโปร์
ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จดังกล่าว คือ ลีซิวเฮง กรรมการผู้จัดการ โอลด์ทาวน์ ไวท์ คอฟฟี่ ผู้เข้ามาปรับโครงสร้างธุรกิจ เน้นการให้บริการ สร้างแบรนด์ที่โดดเด่น โดยเขาเชื่อว่าผู้บริโภคปัจจุบันมีความคาดหวังที่เปลี่ยนไปจากอดีต ลูกค้าจะมองหาความสะดวกสบาย การบริการที่ดี ในราคาที่ย่อมเยา ทำให้เขาปรับโครงสร้างธุรกิจใหม่ วางแนวคิดการสร้างร้านที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความพึงพอใจ และรู้สึกถึงความเป็นมาเลเซีย ทั้งจากอาหารและเครื่องดื่ม
หลังจากปักธงความสำเร็จในประเทศได้แข็งแกร่งแล้ว ลีจึงพยายามขยายธุรกิจออกไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ทั้งการขยายสาขาร้านอาหาร รวมถึงส่งออกสินค้ากาแฟสำเร็จรูปไปจำหน่ายในต่างประเทศ
สำหรับปี 2558 นี้ ลีได้วางแผนที่จะเปิดสาขาร้านอาหารเพิ่มในมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย และออสเตรเลีย อีก 21-27 สาขา โดยแบ่งเป็น 12-15 สาขาในมาเลเซีย 2-3 สาขาในประเทศสิงคโปร์ 6-8 สาขาในอินโดนีเซีย และอีก 1 สาขาในออสเตรเลีย
ขณะเดียวกัน ยังได้วางแผนที่จะสร้างครัวกลางสำหรับธุรกิจร้านอาหารที่ประเทศจีน เพื่อรองรับตลาดที่กำลังขยายตัว ซึ่งบริษัทตั้งใจจะเข้าไปเปิดสาขาในมณฑลทางภาคใต้ของจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่
ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารถือเป็นรายได้หลักของบริษัท มีสัดส่วนประมาณ 54% ของรายได้ทั้งหมดในปี 2557 โดยมีสาขาในประเทศและต่างประเทศรวม 238 สาขา ซึ่งบริษัทเป็นผู้ลงทุนเอง 89 สาขา ร่วมทุนกับผู้ประกอบการอื่นๆ 20 สาขา ขายแฟรนไชส์ 108 สาขา และให้ไลเซนส์แก่ผู้ประกอบการอื่น 21 สาขา
ขณะที่ในส่วนของการผลิตเครื่องดื่มสำเร็จรูป บริษัทได้จัดหาผู้แทนจำหน่ายรายใหม่เข้ามาร่วมทำงานในประเทศอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ธุรกิจในทุกสาขา โดยนำเสนอความหลากหลายให้กับตลาดและพัฒนาคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าตลาดในมาเลเซียจะมีการแข่งขันที่รุนแรงเพิ่มขึ้น แต่ลีก็มั่นใจว่าบริษัทพร้อมจะแข่งขัน รวมถึงจะออกไปแสวงหาตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศต่อไป โดยเฉพาะภูมิภาคอาเซียน







