
ติดเครดิตบูโร ติดบัญชีดำ แล้วกู้ไม่ได้ ความจริงแล้วเราเข้าใจกันถูกต้องหรือไม่
โดย...สุรพล โอภาเสถียร
โดย...สุรพล โอภาเสถียร
1.มีข่าวสื่อสารออกมาในเวลานี้ โดยทำให้เข้าใจว่า เครดิตบูโรเป็นเหตุที่ทำให้ขอสินเชื่อไม่ได้ หรือการมีชื่ออยู่ในเครดิตบูโรเป็นเพราะมีประวัติไม่ดีจนต้องติดเครดิตบูโร หรือถึงแม้จะมีการชำระหนี้แล้วก็ตามแต่ต่อมาในเวลานี้สถาบันการเงินก็จะยังไม่อนุมัติสินเชื่อเพราะยังถือว่าติดเครดิตบูโรอยู่ จนธนาคารของรัฐบางแห่งต้องออกมาตรการมาช่วยเหลือ ยามที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวอย่างช้าๆ ดังปรากฏในข่าวที่เผยแพร่ซึ่งก็ไม่ทันใจผู้คนบางหมู่ บางคณะ ที่อยากจะเห็นแบบพุ่งทะลุเพดาน ทั้งที่ก็รู้ว่าในช่วงก่อนหน้านั้นบ้านเมืองกำลังลุกเป็นไฟ หรือบางจำพวกที่ตอนตัวเองอยู่รับผิดชอบก็ไม่ทำอะไร ทีเวลานี้คนเขากำลังทำงานกันก็ออกมาพูดเสนอแนะโน่นนี่
2.ท่านที่ออกมาพูดบางท่านก็เป็นนายธนาคาร เคยเป็นผู้บริหารในธนาคารของรัฐ หรือแม้แต่มาจากธนาคารกลาง ทุกท่านที่ออกมาให้ข้อมูลต่างก็ทราบในเบื้องลึกของจิตใจตนเองดีว่า การที่สถาบันการเงินจะพิจารณาอนุมัติหรือไม่อนุมัติสินเชื่อให้แก่ผู้ใดนั้น เป็นดุลยพินิจของสถาบันการเงินเองทั้งสิ้น โดยอาศัยปัจจัยที่สำคัญหลายประการมาประกอบด้วย เช่น รายได้ ความสามารถในการชำระหนี้ อาชีพ อายุ ความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจ แผนการดำเนินงาน และหลักประกัน มิใช่พิจารณาแต่เพียงข้อมูลจากเครดิตบูโรในบัญชีหนึ่งบัญชีใดเท่านั้น อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและนโยบายการให้สินเชื่อของแต่ละสถาบันการเงินที่แตกต่างกัน โดยพิจารณาจากเอกสารข้อมูลของลูกค้าในการยื่นขอให้พิจารณาอนุมัติ ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจการเงินโดยรวมของประเทศขณะนั้นเป็นสำคัญ
3.การจะออกนโยบายช่วยเหลือ สนับสนุนลูกค้า SME ประชาชนรายย่อยที่ทำมาหากินในเวลานี้เป็นสิ่งที่ควรให้การสนับสนุน หากแต่ว่าเหตุผลและชุดความคิดในการดำเนินโครงการควรตั้งอยู่บนฐานการมีเหตุและผลตามความเป็นจริง โครงการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำก็เป็นเรื่องที่ทำได้หากว่าจะมีการควบคุมความเสี่ยงในระดับที่จะไม่ไปบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานที่ว่า “เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ เพราะสัญญาต้องเป็นสัญญา”
4.การกล่าวอ้างในเรื่อง “ไม่อนุมัติสินเชื่อ หรือไม่ได้รับสินเชื่อจากสถาบันการเงิน เพราะติดบัญชีดำ ติด Blacklist ติดเครดิตบูโร” นั้น เป็นสิ่งที่สถาบันการเงินสมาชิกของเครดิตบูโรกว่า 82 แห่ง ตัวเครดิตบูโรเอง กระทรวงการคลัง ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และทุกภาคส่วนได้พยายามรณรงค์และเผยแพร่ความรู้ให้เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารของสถาบันการเงิน SME และประชาชนทั่วไปให้รับรู้รับทราบมาโดยตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมาว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องและไม่มีอยู่จริง เพราะความจริงคือ
เครดิตบูโรถูกจัดตั้งขึ้นมาโดยมีกฎหมายรองรับให้ทำหน้าที่จัดเก็บข้อมูลจากสถาบันการเงินสมาชิก
เครดิตบูโรจัดเก็บข้อมูลรายละเอียดบัญชีสินเชื่อ และประวัติการชำระหนี้ หากมีการจ่ายครบจ่ายตรงตามเวลาที่กำหนดในสัญญาแล้วก็จะถูกรายงานว่าไม่มีการค้างชำระ หากไม่ทำตามที่ไปสัญญาไว้ก็ถือว่ามีการค้างชำระเกิดขึ้น เช่น หากเจ้าของบัญชีสินเชื่อหรือลูกหนี้ไม่ไปชำระตามเงื่อนไขที่ตนเองไปลงนามไว้แล้วในเดือนใด ก็จะถือว่าเดือนนั้นมีการค้างชำระเกิดขึ้นในประวัติการชำระหนี้ของตนเอง
ใครคือคนที่ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “การค้างชำระ” จะเป็นสถาบันการเงินสมาชิกใช่หรือไม่ หรือเป็นเครดิตบูโร หรือเป็นเพราะลูกหนี้ไม่ไปชำระหนี้ให้ตรงตามเงื่อนไข ตามจำนวน ตามเวลาที่ตนเองไปลงนามในสัญญา ท่านที่อ่านบทความลองใช้ใจที่เป็นธรรมหรือใช้ธรรมะในใจตน พิจารณา เหตุปัจจัยแห่งการผิดนัดชำระหนี้ว่ามาจากตัวลูกหนี้ ตัวเจ้าหนี้ หรือถังที่เก็บข้อมูลตามที่กฎหมายกำหนด
ที่สำคัญเมื่อเราลองตรวจสอบพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน โดยการใส่คำว่า “ติดเครดิตบูโร” ผ่านเว็บไซต์ Google ผลจะออกมาว่าไม่พบคำว่า “ติดเครดิตบูโร” แต่อย่างใด ท่านผู้อ่านลองดูก็ได้ครับ นอกจากนี้การกล่าวอ้างเรื่อง “ติดเครดิตบูโร” (ซึ่งไม่มีความหมาย) แล้วจะทำให้ไม่ได้รับสินเชื่อยังอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายและขัดต่อหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอีกด้วย ที่ถูกต้องคือ คนที่เป็นเจ้าของบัญชีสินเชื่อนั้นมีประวัติการค้างชำระในเดือนใดเดือนหนึ่งหรือหลายเดือน หรือหลายครั้งในอดีตแต่ในปัจจุบันเวลานี้ได้ไปชำระเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว
ประโยคที่ถูกต้องคือ “ท่านเป็นคนที่เคยค้างชำระเงินกู้ที่ท่านไปทำสัญญาไว้ในอดีต ต่อมาท่านได้ไปชำระหนี้จนเป็นปกติแล้ว ปัจจุบันท่านไม่มีการค้างชำระ บัญชีจึงเป็นปกติ/หรือมีการปิดบัญชีไปแล้วอย่างเสร็จสมบูรณ์”







