
ทรูฯกำไรเพิ่ม ปักธงเอเชีย
ทรูฯผงาดหลังร่วมธุรกิจไชน่าโมบายลงตัว ต้นทุนต่ำลง ปักธงยักษ์โทรคมนาคมระดับภูมิภาค
ทรูฯผงาดหลังร่วมธุรกิจไชน่าโมบายลงตัว ต้นทุนต่ำลง ปักธงยักษ์โทรคมนาคมระดับภูมิภาค
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) กล่าวในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เม.ย. 2558 ว่า บริษัทมีสถานะแข็งแกร่งขึ้นภายหลังจาก บริษัท ไชน่า โมบาย เข้ามาร่วมเป็นผู้ถือใหญ่รายหนึ่ง โดยบริษัทมีแผนจะเป็นผู้ประกอบการโทรคมนาคมระดับภูมิภาคในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า และสนใจลงทุนในประเทศสิงคโปร์ รวมถึงมีแผนที่จะนำธุรกิจผลิตคอนเทนและแอพพลิเคชั่นไปขายที่จีนภายในปีนี้ ซึ่งไชน่าฯ มีลูกค้ามากที่สุดในจีนประมาณ 800 ล้านคน ปัจจุบันร่วมกันแลกเปลี่ยนลูกค้าที่ใช้บริการโทรข้ามประเทศ และเริ่มให้บริการกลุ่มธุรกิจทั้งขนาดเล็กและใหญ่ที่มีธุรกรรมการค้าเชื่อมโยงธุรกิจจีน ผ่านแคมเปญ ซิมไทยแดนมังกร
นอกจากนั้น บริษัทยังมีต้นทุนธุรกิจที่ต่ำลงจากขบวนการจัดซื้อที่มีประสิทธิภาพและมีอำนาจการต่อรองสูงขึ้น รวมถึงการมีข้อมูลเปรียบเทียบในการหาสินค้าและวัตถุดิบมากขึ้น สามารถซื้อเครื่องโทรศัพท์ที่มีคุณภาพสูง ในราคาที่ต่ำกว่าตลาดจากไชน่าฯ เฟสแรกสั่งซื้อเข้ามาขายแล้ว 3 หมื่นเครื่อง ส่วนเฟส 2 เตรียมซื้ออีก 1 แสนเครื่อง นอกจากนั้นไชน่าฯ ยังให้รายชื่อผู้ผลิตมือถือและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีคุณภาพสูง ส่งผลให้ต้นทุนรวมไม่เสียเปรียบคู่แข่งที่มีพันธมิตรใหญ่ระดับโลก
“บริษัทได้ประชุมร่วมกับไชน่าฯ มากกว่า 50-60 เรื่อง ซึ่งจะสร้างการเติบโตให้บริษัท โดยเฉพาะตลาดในจีน หากเราเข้าไปแล้วสำเร็จเพียงเล็กน้อย ก็จะสามารถสร้างประโยชน์เป็นอย่างมาก เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่และมีประชากรเยอะ” นายศุภชัย กล่าว
สำหรับเป้าหมายรายได้จากค่าบริการในปี 2558 คาดว่าจะเติบโตในตัวเลขหลักเดียวด้านบน แม้ว่ารายได้ในปี 2557 ทำได้เพียง 4,000 ล้านบาท ไม่ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 5,000 ล้านบาทก็ตาม
นายนพปฎล เดชอุดม หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการเงิน TRUE กล่าวว่า บริษัทมีสถานะการเงินที่แข็งแกร่ง ปัจจุบันเหลือหนี้เพียง 4 หมื่นล้านบาท ลดลงมากจากปี 2557 ที่เคยสูงถึง 1 แสนล้านบาท หลังจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และปีนี้จะมีกำไรพิเศษจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุนประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยไม่มีภาระตั้งค่าเสื่อม 2จี เหมือนปีก่อนที่ตั้งครบแล้ว 2,000 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทเหลือหนี้ในส่วนเจ้าหนี้หุ้นกู้เท่านั้น มีอัตราหนี้สินต่อกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ยและค่าเสื่อม (อีบิตดา) ลดลงเหลือ 1.6 เท่า จากที่เคยถึง 11.5 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่ 2 เท่า ส่งผลให้บริษัทมีความสามารถในการกู้เงินโดยในปีนี้ตั้งงบลงทุนรวมไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท และยังมีเงินสดอีกประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท
นายนพปฎล กล่าวว่า ผู้ถือหุ้นอนุมัติให้บริษัทแก้ปัญหาขาดทุนสะสม 3.71 หมื่นล้านบาท คงเหลือประมาณ 33 ล้านบาท หลังลดทุนลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จาก 10 บาทเหลือ 4 บาท ซึ่งจะมีการพิจารณาจ่ายเงินปันผลทั้งระหว่างกาลปีนี้ หรือรอให้ครบปีนี้ก่อน ส่วนราคาหุ้นที่ปรับตัวลงแรง เกิดจากผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวลือว่าบริษัทจะขาดทุนในไตรมาสแรก ซึ่งขอชี้แจงว่าอย่าหลงเชื่อข่าวลือ
ด้าน บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) มีกำไรสุทธิ2,292 ล้านบาท ในไตรมาสแรกปีนี้ ลดลง 1,012 ล้านบาท หรือประมาณ 30.62% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตามคณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.89 บาท รวมเป็นเงิน 2,107 ล้านบาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 11 พ.ค. และจ่ายเงินในวันที่ 22 พ.ค. 2558 นี้







