
ดีเดย์ปั๊มทำประกันภัย คุ้มครองประชาชน
ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตและทรัพย์สินปลอดภัยมากขึ้น เมื่อรัฐบาลสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง
โดย...วารุณี อินวันนา
ประชาชนไทยมีคุณภาพชีวิตและทรัพย์สินปลอดภัยมากขึ้น เมื่อรัฐบาลสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง ต้องทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
ทั้งนี้ ภายในวันที่ 20 พ.ค. 2558 นี้ กระทรวงพลังงานออกประกาศกระทรวงสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงครอบคลุมน้ำมัน ก๊าซปิโตรเลียมเหลว ก๊าซธรรมชาติ รวมประมาณ 3 หมื่นแห่งทั่วประเทศ ต้องทำประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย ผู้ประกอบการรายใดไม่ทำประกันภัยจะถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท รวมทั้งจะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตการประกอบธุรกิจ
ประกาศดังกล่าวต้องการให้ผู้ประกอบการหรือปั๊มน้ำมัน ปั๊มก๊าซ ต้องดูแลประชาชน หรือบุคคลภายนอก ในอาณาบริเวณที่ปั๊ม ตั้งอยู่ หากเกิดเหตุระเบิด ไฟไหม้ จนทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย บริษัทประกันภัยในฐานะผู้รับประกันจะต้องชดเชยความเสียหายทันที
สำหรับประชาชนที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การดูแลของปั๊ม ก็จะได้รับการชดใช้ในกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลตามความเป็นจริง แต่ไม่เกิน 2 แสนบาท/คน/ราย และหากรักษาแล้วผู้เสียหายกลายเป็นผู้ทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิงหรือเสียชีวิต จะได้รับการชดเชยจนครบ 2 แสนบาท หลังจากหักค่ารักษาพยาบาลแล้ว
ประกาศดังกล่าวยังกำหนดด้วยว่าหากมีเพียงทรัพย์สินเท่านั้นที่ได้รับความเสียหาย จะได้รับการชดใช้ตามความเป็นจริง แต่ไม่เกินทุนประกันภัยที่สถานประกอบการนั้นทำประกันไว้
ไพฑูรย์ ศิริชัยพัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาและกำกับมาตรฐาน กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การออกประกาศบังคับ เพราะต้องการให้ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิง รับผิดชอบต่อสังคมที่อยู่บริเวณใกล้เคียง ด้วยเบี้ยประกันภัยที่ไม่สูงมาก ระดับ 0.01-1% ต่อทุนประกันภัย และกำหนดทุนประกันภัยไว้ไม่สูง เพราะจากสถิติที่ผ่านมา การเกิดอุบัติเหตุต่ำ การจ่ายเบี้ยประกันภัยจึงไม่เป็นภาระแก่ผู้ประกอบการ และประชาชนก็ได้รับความคุ้มครอง รวมทั้งธุรกิจประกันภัยอยู่ได้ เช่น ปั๊มก๊าซ ต้องซื้อความคุ้มครองขั้นต่ำ 2 ล้านบาท เบี้ยประกันปีละ 2,000 บาท
“หากธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงเกิดเหตุไฟไหม้และระเบิด สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอเพียงพิสูจน์ได้ว่าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นั้น บริษัทประกันภัยจะต้องชดใช้แก่ประชาชนทันที เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาโดยเร็วที่สุด ส่วนการพิสูจน์ถูก ผิด ให้ไปทำภายหลังแล้วไปดำเนินการเรียกร้องกันเอง เรื่องนี้ทางกรมธุรกิจพลังงานได้แจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วประเทศรับทราบแล้ว ใครไม่ทำถือว่าผิดกฎหมาย” ไพฑูรย์ กล่าว
ด้าน จิรายุ วราภรณ์ รองประธานคณะกรรมการประกันภัยเบ็ดเตล็ดและอุบัติเหตุ กล่าวว่า ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมาย หรือประกันภัยบุคคลที่ 3 สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงจะเติมเงินให้เต็มวงเงินความคุ้มครองตลอดเวลาโดยไม่เก็บเบี้ยเพิ่ม เช่น หากเกิดความเสียหายกับประชาชน บริษัทประกันภัยจ่ายเงินชดเชยไปแล้วรวม 1 ล้านบาท จากทุนประกัน 2 ล้านบาท ทุนจะลดลงเหลือ 1 ล้านบาท ซึ่งหากเป็นประกันทรัพย์สินทั่วไปจะต้องมีการเก็บเบี้ยเพิ่ม เพื่อให้วงเงินความคุ้มครองเพิ่มมาเป็น 2 ล้านบาทเท่าเดิม แต่กรมธรรม์นี้จะเพิ่มวงเงินให้ทันทีจนครบสัญญา
อย่างไรก็ตาม หากความเสียหายที่เกิดขึ้นสูงกว่าวงเงินความคุ้มครองที่กำหนด ประชาชนต้องไปฟ้องร้องค่าเสียหายจากผู้ประกอบการเอง
สำหรับเบี้ยประกันภัยนั้นจะแตกต่างกันไปตามความเสี่ยง เช่น ธุรกิจที่ตั้งอยู่ในเขตชุมชน มีประชาชนอาศัยอยู่รอบๆ จำนวนมาก จะมีเบี้ยที่สูงกว่าธุรกิจที่ตั้งอยู่บริเวณที่โล่ง
ทั้งนี้ กรมธรรม์จะไม่คุ้มครองผู้ที่อยู่ในการดูแลของผู้ประกอบธุรกิจ เช่น ภรรยา สามี ลูก พ่อ แม่ ญาติ ที่อาศัยอยู่ในสถานที่ที่ทำประกันภัยรวมถึงลูกจ้างที่ทำงาน ในสถานที่ที่ทำประกันภัย เพราะวัตถุประสงค์ของประกาศนี้ต้องการคุ้มครองบุคคลภายนอก
ถือเป็นแนวโน้มที่ดีที่ภาครัฐหันมาใส่ใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ด้วยการให้ผู้ประกอบการปั๊มน้ำมัน ปั๊มก๊าซ ต้องทำประกันภัยเพื่อดูแล ผู้ได้รับความเสียหาย เพิ่มจากปัจจุบันที่มีเพียงประกันภัยรถภาคบังคับ ที่ดูแลผู้ประสบอุบัติเหตุ







