posttoday
รู้ลึกถึงของเสีย ในธุรกิจ

รู้ลึกถึงของเสีย ในธุรกิจ

23 เมษายน 2558

โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ

โดย...ไตรรงค์ บุตรากาศ

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีคำถามหนึ่งข้อสำหรับผู้ประกอบการว่า ในธุรกิจของคุณทุกวันนี้ คุณกำลังใช้ต้นทุนอะไรสิ้นเปลืองที่สุดครับ คุณอาจนึกไปถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายในการผลิต อย่างค่าโรงงาน ค่าเครื่องจักร ค่าวัตถุดิบ หรือค่าจ้างพนักงานในการทำงาน จนลืมนึกถึงต้นทุนสำคัญที่ไม่ต้องเสียเงินเพื่อให้ได้มาอย่าง “เวลา” คุณกำลังเสียเวลามากมายไปกับกระบวนการทำงานที่ไม่จำเป็นหรือเปล่าครับ?

คราวที่แล้วผมพูดถึงเรื่อง ความสูญเปล่า 7 ประการไว้อย่างคร่าวๆ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์มากมายสำหรับธุรกิจไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือเล็ก หรือในทุกกระบวนการตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางการผลิต และเพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้เข้าใจและเห็นภาพกันมากขึ้น เราลองมาดูตัวอย่างเคสที่เกี่ยวข้องกับ 7 waste นี้กันดีกว่าครับ

1.ความสูญเปล่าจากการผลิตมากเกินความจำเป็น (Over production waste) ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด คือ ร้านอาหารตามสั่งที่ผลิตอาหารออกมาเยอะๆ แต่ขายไม่หมด เมื่อสิ้นวันจึงนำอาหารมาเลหลังราคาถูกหรือต้องทิ้งไป จะไม่ดีกว่าหรือครับถ้าเราผลิตอาหารในจำนวนที่จะขายได้หมดพอดี คำตอบของประเด็นนี้ไม่ยากครับ คือ ยอดขายของวันก่อนหน้าครับ ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าในหนึ่งวันคุณควรผลิตสินค้าออกมาจำนวนเท่าใด

2.ความสูญเปล่าจากการมีขั้นตอนการทำงานมากเกินไป (Over processing waste) เช่น กระบวนการตรวจสอบคุณภาพ จากที่ต้องตรวจสอบเกือบทุกกระบวนการ หากสามารถทำไปพร้อมขั้นตอนการผลิตได้ จะช่วยลดเวลาการทำงานโดยรวม และส่งสินค้าไปถึงลูกค้าได้เร็วขึ้น

3.ความสูญเปล่าจากการขนส่งหรือมีการเคลื่อนย้ายงาน (Transportation waste) การเคลื่อนย้ายสิ่งต่างๆ ในโรงงาน การขนย้ายจากขั้นตอนหนึ่งไปอีกขั้นตอนหนึ่ง เช่น จุดรับวัตถุดิบอยู่หน้าโรงงาน แต่จุดเก็บสินค้าอยู่ด้านหลัง ทำให้ต้องขนสินค้าสองรอบ กระบวนการขนส่งจำต้องวางแผนให้ดี เพื่อลดการทำงานที่ซ้ำซ้อนลงนะครับ

4.ความสูญเปล่าจากการมีสินค้าคงคลังมากเกินความจำเป็น (Inventory waste) กรณีนี้สามารถเกิดได้จากการซื้อวัตถุดิบมากเกินปริมาณที่ต้องใช้ ไปจนถึงการผลิตสินค้าที่มากเกินไป ปัญหาที่จะตามมาคือ เงินทุนจมอยู่กับสินค้านั้น การสูญเสียพื้นที่สำหรับเก็บสินค้าเพิ่มเติม และสินค้าที่เสื่อมสภาพตามเวลา

5.ความสูญเปล่าจากการเคลื่อนไหวของผู้ปฏิบัติงาน (Motion waste) ท่าทางการทำงาน หรือตำแหน่งการป้อนวัตถุดิบไม่เหมาะสม เช่น การต้องเอื้อมหยิบของที่อยู่หลายๆ จุด การก้มตัวยกของหนักที่วางอยู่บนพื้น เหล่านี้ทำให้เกิดความล่าช้าและอาการปวดล้าในระหว่างขั้นตอนการทำงานได้

6.ความสูญเปล่าจากการรอคอยงานที่ต้องทำ (Waiting waste) เช่น การรอคอยสินค้าจากกระบวนการก่อนหน้า ทำให้เกิดการสะสมของงานหรือคอขวด ส่งผลกระทบต่อกระบวนการถัดไป ผมจะยกตัวอย่างเคสการทำ หมูทอดแฮมเบิร์กที่วัตถุดิบต้องแช่เย็นไว้ ทำให้ต้องใช้เวลาทอดนาน เมื่อมีเมนูทอดอื่นๆ มาก็ต้องรอคิว ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการนำหมูไปอุ่นในไมโครเวฟก่อนเพื่อลดเวลาการทอด แล้วแยกเตาเฉพาะเมนูนี้ไว้หนึ่งเตา เพื่อที่จะสามารถทำเมนูของทอดอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องรอคิว

7.ความสูญเปล่าจากการผลิตภัณฑ์ที่บกพร่อง (Defects waste) เกิดจากสินค้าหรือวัตถุดิบที่ไม่มีคุณภาพ หรือเครื่องจักรเสีย ส่งผลให้เกิดของเสียในกระบวนการ เช่น เมื่อเครื่องแล่เนื้อมีดไม่คม ทำให้ชิ้นส่วนเนื้อที่ตัดออกมาชิ้นไม่เท่ากัน ไม่ได้คุณภาพกลายเป็นของที่ต้องทิ้งไป

เริ่มเข้าใจกันมากขึ้นหรือยังครับ ผมยังมีอีกเคสของลูกค้ารายหนึ่ง เขาลองจับเวลาระยะทางการเดินของพนักงานที่ต้องเดินไป-มา เพื่อชั่งน้ำหนักปลา วันๆ หนึ่งวัดได้ระยะเกือบ 20 กิโลเมตร เดินไปเดินมากันทั้งวัน ไม่เคยมีใครบ่นหรือมองว่ามันเป็น waste สุดท้าย เขาไปจัด Layout เครื่องชั่งใหม่ให้อยู่ข้างพนักงาน ตอนนี้ไม่ต้องเดินไกล แถมผลิตงานได้เร็วขึ้นอีก

ความสูญเปล่าทั้ง 7 ประการนี้คือเรื่องที่ผู้ประกอบการสามารถกำจัดทิ้งได้ไม่ยาก ด้วยการเข้าไปสังเกตและตรวจสอบกระบวนการทำงานอย่างใกล้ชิด การพัฒนาแต่ละขั้นตอนของการทำงานให้ดีขึ้นแค่เพียง 1% ก็ส่งผลให้ทั้งกระบวนการทำงานในภาพรวมดีขึ้นได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์เลยนะครับ เรามาเล่นเกมตั้งคำถามเพื่อสิ่งที่ดีกว่าและดียิ่งๆ ขึ้นไปสำหรับธุรกิจของเรากันนะครับ

ข่าวล่าสุด

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท

ปภ. – ออมสิน โอนเงินเยียวยาน้ำท่วม รวมกว่า 5,225 ล้านบาท