
ไอซีบีซี เปิดตัวแบงก์ชำระดุล ดันเงินหยวนผงาดไทย
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
หลังจากที่มีความตกลงกันระหว่างที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนจีนเมื่อปลายปี 2557 จนนำไปสู่ประกาศแต่งตั้งจากธนาคารกลางจีนให้ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) เป็นผู้ดำเนินการ“ธนาคารชำระดุลเงินหยวน” (RMB Clearing Bank) ในที่สุด ประเทศไทยก็กำลังจะกลายเป็นอีกหนึ่งศูนย์กลางการผลักดันเงินหยวนสู่เวทีสากล เป็นประเทศที่ 3 ในอาเซียนที่มีธนาคารชำระดุลเงินหยวนต่อจากสิงคโปร์ ซึ่งดำเนินการโดยไอซีบีซีและมาเลเซีย ซึ่งดำเนินการโดยแบงก์ออฟไชน่า
เย่หู ประธานกรรมการ ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) กล่าวว่า ธนาคารจะเป็นตัวกลางในการเข้าถึงตลาดเงินหยวนและสภาพคล่องแหล่งเงินหยวน พร้อมเพิ่มศักยภาพด้านการค้าการลงทุนทวิภาคีไทย-จีน และกลุ่มประเทศอาเซียน โดยจะให้บริการจัดการทางการเงินสกุลหยวน เปิดเคลียริ่งทั้งแบบออนชอร์และออฟชอร์ บริการบัญชีเงินฝาก บริการแลกเปลี่ยนธนบัตรเงินหยวน และบริการเบิกเงินเกินบัญชี
ทั้งนี้ ธนาคารชำระดุลเงินหยวนนับเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งที่ผลักดันให้เกิดการใช้เงินหยวนในการค้า การลงทุน และธุรกรรมการเงินระหว่างไทย-จีน เพราะแม้จะมีความพยายามผลักดันจากภาครัฐมาก่อนหน้านี้ เช่น การทำข้อตกลงสวอปเงิน 7,000 ล้านหยวน ในปี 2010 เพื่อลดความผันผวนของค่าเงินเหรียญสหรัฐ และลดต้นทุนจากเดิมที่ต้องแลกเปลี่ยนเงินถึง 3 สกุล บาท-เหรียญสหรัฐ-หยวน แต่การไม่มีธนาคารชำระดุลในไทย ทำให้การหักบัญชีต้องไปทำที่ฮ่องกงหรือสิงคโปร์เท่านั้น
กระนั้นปริมาณการใช้เงินหยวนในไทยก็ยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การใช้เงินหยวนชำระค่าสินค้าและบริการระหว่างประเทศพุ่งขึ้นถึง 4 เท่า ระหว่างปี 2010-2014 ขณะที่การใช้เงินหยวนในธุรกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้นจากระดับปริ่มๆ 1% ไปแตะ 14%
เจียง เจี้ยนฉิน ประธานกรรมการ ธนาคารซีไอบีซี กล่าวว่า ประเทศไทยมีตลาดการเงินที่โดดเด่นและมีความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ เป็นประเทศที่มีบทบาทสำคัญในอาเซียน มีความตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) มีตลาดการค้าที่กว้าง และยังมีความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีกับกลุ่มประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ
“หลังจากที่ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) ได้เปิดตัวการบริการชำระดุลเงินหยวนอย่างเป็นทางการ ธนาคารจะปรับใช้ความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของประเทศไทย ภายใต้ข้อกำหนดและคำแนะนำขององค์กรจัดการบริหารเงินของทั้งสองประเทศ และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อให้การทำหน้าที่ชำระดุลเงินหยวนนั้นมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรมมากขึ้น” เจียง กล่าว
สำหรับมุมมองของ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) นั้น ปัจจุบันผู้ส่งออกนิยมใช้อัตราแลกเปลี่ยนสกุลบาท/หยวนมากขึ้น แต่ถ้าจะให้มีการใช้อย่างกว้างขวางต้องมีการสนับสนุนมากกว่านี้ โดยเฉพาะการกำหนดส่วนต่างของอัตราเสนอซื้อเสนอขาย (bid-offer) ให้แคบลง เพื่อจูงใจภาคเอกชนให้กำหนดการซื้อขายสินค้าด้วยเงินหยวน/บาทมากขึ้น นอกจากนี้ต้องแก้ไขข้อจำกัดในเรื่องกฎระเบียบ เพราะจีนมีกฎระเบียบเยอะ อีกทั้งยังประกาศเป็นภาษาจีนด้วย ทาง ธปท.ได้ส่งข้อเสนอนี้ให้ทางไอซีบีซีพิจารณา ซึ่งมีการรับฟังเป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานว่า ทางการจีนกำลังอยู่ระหว่างการเร่งปฏิรูปภาคการเงิน และลดอุปสรรคต่างๆ เช่น การควบคุมบัญชีทุน เพื่อพยายามกระตุ้นการใช้เงินหยวนในเวทีโลกให้มากขึ้น ซึ่งรวมถึงการผลักดันให้เงินหยวนได้เข้าไปอยู่เป็นหนึ่งในสกุลเงินสำรองในตะกร้าของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
“แต่เงินหยวนจะเป็นเงินสกุลทางเลือกที่นิยมมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับกลไกสนับสนุน ซึ่งเอกชนจะมีแรงจูงใจใช้เงินหยวนได้นั้น กลไกตลาดต้องได้รับการพัฒนาให้เข้มแข็ง มีเสถียรภาพและมั่นคง จึงจะได้รับความเชื่อมั่น เพราะแม้แต่เงินเหรียญสหรัฐที่เมื่อเจอมาตรการผ่อนปรนทางการเงินเชิงปริมาณ (คิวอี) ค่าเงินก็ยังผันผวนจนหลายคนต้องปวดหัวกับการเปลี่ยนแปลง” ผู้ว่าการ ธปท. กล่าว







