posttoday
กสิกรฯจ่อกันสำรองหนี้เพิ่ม

กสิกรฯจ่อกันสำรองหนี้เพิ่ม

23 เมษายน 2558

กสิกรไทยรับเศรษฐกิจไม่เอื้อ เล็งลดเป้าสินเชื่อลง พร้อมกันสำรองรับหนี้เสียเพิ่ม

กสิกรไทยรับเศรษฐกิจไม่เอื้อ เล็งลดเป้าสินเชื่อลง พร้อมกันสำรองรับหนี้เสียเพิ่ม

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสแรกที่ชะลอ ส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของธนาคารพาณิชย์ปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ไม่น่าเป็นห่วง เพราะธนาคารดูแลคุณภาพสินเชื่ออยู่ ขณะเดียวกัน ธปท.แนะนำธนาคารในช่วงมีกำไรที่ดีให้เพิ่มการตั้งสำรองหนี้ ซึ่งด่านหน้ามีความระมัดระวัง ด่านหลังยังมีฐานกองทุนและการกันสำรองแข็งแกร่งอีกด้วย

นายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ทำให้ธนาคารจะมีการทบทวนเป้าหมายสินเชื่อรวมในปีนี้ จากเดิมตั้งเป้าเติบโตไว้ 7-8% โดยมีความเป็นไปได้ที่จะปรับลดลงตามเศรษฐกิจไทยที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 2.8% ในปีนี้

อย่างไรก็ดี ในปีนี้ธนาคารอาจเพิ่มอัตราสำรองสูงขึ้นอีก เพื่อรองรับเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน ขณะที่ไตรมาสแรกของปีนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.24% เมื่อสิ้นปี 2557 มาอยู่ที่ 2.26% ซึ่งเป็นไปตามที่ประเมินไว้แล้วจากผลกระทบเศรษฐกิจ โดยธนาคารได้ตั้งสำรองพิเศษเพิ่มขึ้นไว้แล้วก่อนหน้า

สำหรับเอ็นพีแอลในไตรมาสแรกปีนี้ เป็นการเพิ่มในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจขนาดเล็ก เป็นผลมาจากแรงกดดันทางการเมืองเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เช่นเดียวกับภาคเกษตร ก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ชะลอตัวลง ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบจากธุรกิจที่เชื่อมนักท่องเที่ยวยุโรปและรัสเซีย แต่กลุ่มอื่นฟื้นตัวแล้ว

สำหรับไตรมาส 2 คาดว่าเศรษฐกิจจะใกล้เคียงกับไตรมาสแรก โดยจะพลิกกลับมาดีอย่างชัดเจนในไตรมาส 3 โดยคาดหวังว่าจะมีการลงทุนภาครัฐเข้ามาช่วย รวมทั้งเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวขึ้น

“คุณภาพสินเชื่อรายย่อยอ่อนตัวลงบ้าง จริงๆ ระดับหนี้เท่าเดิม แต่รายได้ลดลงทำให้ขาดส่งหนี้ไปบ้าง เอ็นพีแอลจึงปรับขึ้น แต่ธนาคารก็คาดไว้แล้ว จึงได้เพิ่มสำรองล่วงหน้าเมื่อปีที่แล้ว ต้องขอบคุณ ธปท.ที่แนะนำแบงก์ให้เพิ่มสำรอง ทำให้รองรับสถานการณ์นี้ได้” นายธีรนันท์ กล่าว

นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจรายย่อยและเครือข่าย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า เอ็นพีแอลของธนาคารเพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาท หรือ 18.38% จากสิ้นปีที่ผ่านมา มาจาก 2 สาเหตุ คือ สภาพเศรษฐกิจโดยรวม และพอร์ตลูกค้าเก่าบางส่วนยังคงอ่อนแอ ส่วนใหญ่เป็นเอ็นพีแอลในกลุ่มเอสเอ็มอีรายเล็ก และลูกค้ารายย่อย ขณะที่สัดส่วนเอ็นพีแอลสุทธิอยู่ที่ 1.52% ของสินเชื่อรวม

อย่างไรก็ตาม ปีที่ผ่านมาธนาคารได้ปรับปรุงระบบคัดกรองความเสี่ยง ทำให้ลูกค้าใหม่ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อเป็นลูกหนี้มีคุณภาพดี แต่พอร์ตสินเชื่อที่ใหญ่มากทำให้ไม่สามารถชดเชยลูกค้าเก่าที่ปัญหาได้ แต่ธนาคารจะควบคุมเอ็นพีแอลให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการคัดกรองสินเชื่อใหม่ให้เข้มข้นขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพการติดตามหนี้ทุกช่องทาง

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน