posttoday
B-MORE เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 (1)

B-MORE เส้นทางสายไหม ศตวรรษที่ 21 (1)

22 เมษายน 2558

โดย...พิชชาภา ศุภวัฒนกุล

โดย...พิชชาภา ศุภวัฒนกุล

หนึ่งในการค้นพบทางโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นที่สุดในศตวรรษที่ 20 คือการขุดเจอสุสานแช่แข็งจากยุคเหล็กของกลุ่มชาวไร่พเนจรจากเขตเทือกเขา Altai ในแถบ Pazyryk ทางตอนใต้ของไซบีเรีย (เมือง Novosibirsk ประเทศรัสเซียในปัจจุบัน) ซึ่งวัตถุโบราณที่ได้ค้นพบจากสุสาน Pazyryk นั้นได้เปลี่ยนแปลงความเข้าใจของพวกเราเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมไปโดยสิ้นเชิง

โบราณวัตถุต่างๆ ในสุสานเหล่านี้ ไม่ได้เพียงแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมพื้นเมืองของเขตที่ค้นพบ แต่ยังเป็นหลักฐานเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคจากยุโรปตะวันออกไปจนถึงประเทศจีนในช่วงกลาง 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช โดยสะท้อนจากการค้นพบผ้าไหมและกระจกทองแดงจากประเทศจีนที่ถูกฝังไว้ด้วยกันในสุสาน ผ้าขนสัตว์ที่มีการทอที่ไม่เหมือนเทคนิคพื้นเมืองของเขตที่พบสุสาน ซึ่งรวมไปถึงพรมที่คาดว่าน่าจะเก่าแก่ที่สุดในโลกที่มีแม่ลาย Achaemenid ซึ่งเป็นแม่ลายเปอร์เซียโบราณ และเทคนิคการย้อมที่น่าจะมาจากตะวันออกกลาง รวมถึงของใช้อื่นที่ถูกฝังในพิธีที่ชี้ให้เห็นถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากเอเชียเหนือ ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงการแลกเปลี่ยนสินค้าข้ามภูมิภาคที่ชัดเจน

ความสำคัญของหลักฐานเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงแหล่งที่มาที่หลากหลายในภูมิภาคต่างๆ หากแต่ที่สำคัญคือโบราณวัตถุเหล่านี้ถูกผลิตขึ้นมาตั้งแต่ช่วงกลาง 1,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ที่แสดงให้เห็นถึงสภาพเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนการกระจายอิทธพลทางการเมืองจากประเทศจีนโดยชาวฮั่นที่ขึ้นมามีอำนาจในช่วงปลาย 200 ปีของยุคก่อนคริสต์ศักราช ดังนั้นเส้นทางสายไหมที่พวกเรารู้จักกันนั้น จริงๆ แล้วมีมาก่อนที่พวกเราได้คาดไว้มานานนับหลายร้อยปี

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่วางแผนจะไปท่องเที่ยวตามรอยเส้นทางสายไหม จึงอยากแนะนำให้ทุกท่านลองเดินทางตามเส้นทางสายไหมออกไปนอกอาณาเขตประเทศจีน เพื่อไปผจญภัยยังโบราณสถานระหว่างเส้นทางสายไหมที่ยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากเท่าพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซีที่โด่งดังที่เมืองซีอาน เพื่อเป็นโอกาสสำรวจจุดพักคาราวานระหว่างเส้นทางสายไหม ซึ่งกลายเป็นจุดศูนย์รวมการค้าและจุดแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมแห่งยุคโบราณในเอเชียกลาง เพราะนอกจากสถานที่เหล่านี้จะติด The world’s top 10 places to visit in 2015 ของ The Daily Beast แล้ว ยังเป็นมรดกโลก (UNESCO World Heritage Sites) อีกด้วย

เมื่อทราบดังนี้แล้ว เราลองไปแวะเวียนศึกษาความสำคัญทางประวัติศาสตร์ (บวกความน่าเที่ยว) ของเหล่า UNESCO World Heritage Sites สัก 2 ที่ ระหว่างทางเส้นทางสายไหมกันดีกว่า

Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor เป็นหนึ่งในเส้นทางที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดของเส้นทางสายไหม มีระยะทางราวๆ 5,000 กม. ข้ามผ่านประเทศจีน คาซัคสถาน และคีร์กีซสถาน

Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor ที่ว่านั้น เป็นเส้นทางที่กองคาราวานในสมัย 200 ปีก่อนคริสต์ศักราชถึงศตวรรษที่ 16 ใช้เดินทางระหว่างภูมิภาค ผ่านคาซัคสถานตอนใต้ และคีร์กีซสถานตอนเหนือ โดยนักสำรวจชาวจีนจาก Xi’an เมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่น เป็นผู้บุกเบิกเพื่อให้เป็นเส้นทางสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้ากับดินแดนต่างด้าวในทิศตะวันตก

Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor นี้ รุ่งเรืองเมื่ออาณาจักรโรมันเริ่มค้าขายกับอาณาจักรฮั่น โดยเฉพาะในการค้าไหมจีน ซึ่งถือเป็นสินค้าระดับสูงในภูมิภาคตะวันตก โดย Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor เป็นเสมือนศูนย์กลางแห่งการค้าในเอเชียกลางในศตวรรษที่ 8-12 และรุ่งเรืองในด้านการค้าสูงสุดในศตวรรษที่ 8-9 เมื่อราชวงศ์ถัง จักรวรรดิกาหลิบอิสลาม และอาณาจักร Byzantine ก่อตัวขึ้น

การค้าบน Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor นั้นรุ่งเรืองไปจนถึงยุคมองโกลในศตวรรษที่ 13-14 ก่อนที่จะเริ่มตกต่ำตามการสลายตัวของอาณาจักร Timurid (ราชวงศ์เปอร์เซียโบราณ) ในศตวรรษที่ 16

ณ ปัจจุบัน Chang’an-Tian-shan Silk Road Corridor ได้เป็นเส้นทางแรกของเส้นทางสายไหมที่ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน UNESCO World Heritage Sites ในปีที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง

Jobsdb เผยคนทำงานยังไม่มั่นใจขอขึ้นเงินเดือน แนะเช็กเงินเดือนตลาดก่อนต่อรอง