posttoday
ฟื้นฟู 7 รัฐวิสาหกิจ โจทย์ยากพลิกฐานะ ‘ขสมก.’

ฟื้นฟู 7 รัฐวิสาหกิจ โจทย์ยากพลิกฐานะ ‘ขสมก.’

21 เมษายน 2558

การประชุมคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงเดือน มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา

การประชุมคณะกรรมการนโยบายกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ตั้งแต่ปลายปี 2557 จนถึงเดือน มี.ค. 2558 ที่ผ่านมา

คนร.ได้มีมติเห็นชอบแผนฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจที่มีผลประกอบการขาดทุนและมีหนี้สินสะสมในระดับที่สูง 7 แห่งแล้ว ประกอบด้วย บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) บริษัท การบินไทย การรถไฟแห่งประเทศ ไทย (รฟท.) และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)

กุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กรรมการและเลขานุการ คนร. ระบุว่า ขณะนี้การฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่งมีความคืบหน้าไปมากแล้ว หลัง คนร.เห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“รัฐวิสาหกิจทั้ง 7 แห่งอยู่ระหว่างการจัดทำตัวชี้วัด (KPI) ตามแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งหากรัฐวิสาหกิจทุกแห่งทำตาม KPI ได้ มั่นใจว่าผลประกอบการจะไม่ติดลบ” กุลิศ ระบุ

ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ความคืบหน้าการแก้ไขรัฐวิสาหกิจกลุ่มสถาบันการเงินของรัฐนั้น ซูเปอร์บอร์ดได้มีมติให้ ธพว.หรือเอสเอ็มอีแบงก์ปรับปรุงการทำงาน คือจะต้องปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อยวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท/ราย และสินเชื่อที่ปล่อยกู้ใหม่ต้องมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) หรือหนี้เสียไม่เกิน 5% ของยอดสินเชื่อคงค้าง

ขณะที่ไอแบงก์ให้เน้นปล่อยสินเชื่อมุสลิม ตลอดจนศึกษาแนวทางการจัดตั้ง “บริษัทบริหารสินทรัพย์” ขึ้นมาบริหารหนี้เสีย และเร่งหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านธนาคารอิสลามเข้าร่วมทุน

“เรากำลังจะประเมินการดำเนินการฟื้นฟูฯ ของ ธพว.และไอแบงก์ หากทำได้ดี กระทรวงการคลังก็จะเข้าไปเพิ่มทุนให้ต่อไป โดย ธพว.มีกรอบวงเงินเพิ่มทุนให้ 2,000 ล้านบาท และไอแบงก์ 2,500 ล้านบาท” กุลิศ กล่าว

สำหรับรัฐวิสาหกิจกลุ่มสื่อสารโทรคมนาคม คือ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม นั้น แม้ว่าจะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีปัญหา แต่เนื่องจากทั้งสองแห่งมีทรัพย์สินอยู่จำนวนมาก หากปรับองค์กรและบริหารจัดการทรัพย์สินที่มีอยู่ก็จะมีกำไรและพึ่งพาตัวเองได้ เช่น กรณีทีโอทีที่สายโทรศัพท์ต่อเข้าทุกบ้าน หากสายทองแดงหมดอายุก็สามารถเปลี่ยนเป็นสายใยแก้วนำแสง และกลายเป็นอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงที่เข้าถึงได้ทุกบ้านและสำนักงาน

“ที่ยังขาดทุนอยู่ตอนนี้ เพราะเขายังไม่ได้ทำหน้าที่บริหารจัดการทรัพย์สิน และแทนที่คุณจะมานั่งทำอย่างโน้นอย่างนี้เอง ก็เปิดให้คนอื่นมาเช่าใช้ประโยชน์ เหมือนคุณเป็นเจ้าของถนนและเก็บค่าผ่านทางทำ Asset Management เท่านี้ก็รวยแล้ว” กุลิศ ย้ำ

ส่วนบริษัท การบินไทยกุลิศ บอกว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ในช่วงฟื้นฟูกิจการตามแผนที่ คนร.อนุมัติ ตั้งแต่การจัดเส้นทางบินใหม่ ปรับปรุงวิธีการขายตั๋วผ่านตัวแทนจำหน่ายใหม่ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่น้ำมันลงให้ได้ 10% และตัดขายทรัพย์สิน ที่ไม่จำเป็น ตลอดจนขายเครื่องบินกำลังจะปลดระวาง แต่คงไม่กระทบต่อจำนวนฝูงบิน เพราะจะมีเครื่องบินรุ่นใหม่เข้ามาทดแทน

ที่สำคัญบริษัทจะต้องลดความหลากหลายของเครื่องบินเพื่อ ลดต้นทุนการซ่อมบำรุงลง

“เรายังไม่มีแผนเพิ่มทุนการบินไทย และก็ยังไม่มีการขอเข้ามา แต่หากบริษัททำตามแผนฟื้นฟูฯ ด้วย ก็มั่นใจว่าบริษัทจะเริ่มมีกำไรในปี 2559” กุลิศ บอก

อย่างไรก็ตาม ในส่ วนรัฐวิสาหกิจที่เหลืออีก 2 แห่ง คือ รฟท.และ ขสมก.นั้น กุลิศมองว่า การฟื้นฟูกิจการ รฟท.น่าจะมีความยุ่งยากซับซ้อนน้อยกว่า ขสมก.

“คนร.เห็นชอบในหลักการให้กระทรวงการคลังมีสิทธิเข้าไปใช้ประโยชน์ระยะยาวในที่ดินของ รฟท.แลกกับการรับภาระหนี้สิน 8 หมื่นล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ โดยมี รมว.คลัง เป็นประธาน” กุลิศ บอก

นอกจากนี้ รฟท.จะสำรวจที่ดินที่มีอยู่ 2 แสนไร่ ซึ่งหากปรับอัตราค่าเช่าที่ดินใหม่ รวมถึงพัฒนาที่ดินที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์แต่ถูกปล่อยทิ้งร้าง จะทำให้ รฟท.มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดรถไฟทางคู่จะมีผู้ใช้บริการรถไฟ รฟท.มากขึ้น และ รฟท.ยังสามารถหารายได้จากการลงทุนสร้างจุดพักตู้คอนเทนเนอร์

แต่การฟื้นฟูฯ ขสมก.นั้น กุลิศ บอกว่า “คลังเคยล้างหนี้ให้ ขสมก.ไปแล้วในช่วงปี 2538-2539 กว่า 8,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้น้ำมัน แต่คราวนี้ ขสมก.มีหนี้ 9 หมื่นล้านบาท จึงต้องมาดูว่าจะแก้อย่างไร โดยเฉพาะปัญหาใหญ่ คือ รถเมล์ ขสมก.วิ่งบนเส้นทางที่ขาดทุนเป็นหลัก แต่เส้นทางที่มีกำไร 78% ไปอยู่ในมือเอกชน”

คงต้องติดตามว่ารัฐบาล พล.อ. ประยุทธ์ จะฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจกลุ่มนี้ได้เบ็ดเสร็จหรือไม่ เพราะปัญหาเรื้อรังนานเต็มทนแล้ว

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน